ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 66 ที่ผ่านมา ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการการสั่งการของ พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อริยพล สินสอน รอง ผบก.ปทส.,พ.ต.อ.อรุณ วัชรศรีสุกัญยา รอง ผบก.ปทส. และ พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส. ได้สั่งการชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปราม จ.กำแพงเพชร ร่วมกับ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ กพ.3 (ไตรตรึงษ์) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 (ตาก) 3 เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ กพ.6 (น้ำดิบมะพร้าว) และ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ กพ.8 (เพชรนิยม) เข้าตรวจสอบบริเวณบ้านสันติสุข หมู่ที่ 9 ต.อ่างทอง อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองสวนหมาก – ป่าคลองขลุง หลังได้รับข้อมูลมีคนบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ และตัดไม้ทำลายป่า
จากการตรวจสอบ สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายบรรณุลักษณ์ อายุ 56 ปี ชาว จ.อุตรดิตถ์ และ นายอุดม อายุ 54 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร ขณะกำลังตัดต้นไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมยึดของกลาง ไม้กระยาเลยท่อน (ประดู่) จำนวน 10 ท่อน เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 1 เครื่อง และ มีด จำนวน 2 เล่ม จึงแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.สงวนแห่งชาติฯ ฐาน "ทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ ฐาน "ร่วมกัน ทำไม้ หรือเจาะ หรือสับ หรือเผา หรือทำด้วยประการใดๆ แก่ไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่มีรูปรอยดวงตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขายตีประทับ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่" และ พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ฯ ฐาน “มี ผลิตหรือนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ ผู้ใดมีเลื่อยโซ่ยนต์ ต้องมีใบอนุญาตหรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตสำหรับเลื่อยโซ่ยนต์เครื่องนั้นเพื่อแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทันที”
เบื้องต้นคาดว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนน่าจะรับจ้างจากนายทุน บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ เข้ามาตัดไม้หวงห้ามตามใบสั่ง เพื่อแปรรูปลักลอบค้าไม้เถื่อน ส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม ได้ควบคุมตัวพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งขยายผลดำเนินคดีคนที่เกี่ยวข้องต่อไป