หนุ่มบุรีรัมย์ป่วยหอบหืด เมียทิ้งหนีความจน อาศัยกับลูกสาววัย 10 ขวบ ตามลำพัง น้ำไฟโดนตัด สุดท้าย คิดสั้นปลิดชีพลูก ก่อนผูกคอตายตาม

หนุ่มบุรีรัมย์ป่วยหอบหืด เมียทิ้งหนีความจน อาศัยกับลูกสาววัย 10 ขวบ ตามลำพัง น้ำไฟโดนตัด สุดท้าย คิดสั้นปลิดชีพลูก ก่อนผูกคอตายตาม

View icon 507
วันที่ 5 ส.ค. 2566 | 13.05 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
หนุ่มบุรีรัมย์ป่วยหอบหืด โดนเมียทิ้งหนีความจน อาศัยกับลูกสาวตามลำพังอย่างรันทด น้ำไฟโดนตัด คิดสั้นปลิดชีพลูกวัย 10 ขวบ ก่อนผูกคอตายตาม สุดเศร้าพบใบขอทุนเรียนดี ที่ลูกสาวขอมาจากครู่ แต่ไม่ทันได้ยื่นก็เกิดเหตุสลดก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งพบศพคนผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านสาวเอ้ ต.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม จุด อ.คูเมือง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกสูง ลักษณะบ้านใช้สังกะสีทำเป็นฝาบ้าน บริเวณใต้ถุนบ้าน ดัดแปลงเป็นห้องนอน  เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นายแอ๊ด อายุ 31 ปี และ ลูกสาว อายุ 10 ปี  คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน ตรวจสอบโดยรอบ ไม่พบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สิน หรือร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด ตามร่างกายของ นายแอ๊ด ไม่พบบาดแผล แต่ลูกสาว มีบาดแผลบริเวณศีรษะ คล้ายถูกของแข็งทุบ  

ทั้งนี้ภายในบ้านยังพบ ใบขอทุนเรียนดี ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ ลูกสาวขอมาจากครู วางอยู่ภายในบ้าน แต่ยังไม่ทันกรอกข้อมูลและยื่นขอทุน นอกจากนี้ยังพบจดหมายลาตาย คาดว่า นายแอ๊ด เป็นคนเขียนก่อนก่อเหตุ โดยในจดหมายมีข้อความว่า "มีคนคิดใหม่อยู่ไปอะไร เกิดแก่เจ็บตายก็เห็นแล้ว เห็นโลกมาหมดแล้ว ตายดีกว่า” พร้อมวาดภาพใบหน้าคน 2 คน ในจดหมายด้วย จึงสันนิษฐานว่าผู้เป็นพ่อน่าจะใช้ของแข็งทุบศรีษะสาวก่อนแล้วจับแขวนคอจนสิ้นใจ ก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะผูกคอตัวเองตายตาม

สอบถาม เพื่อนบ้านซึ่งมาพบศพสองพ่อลูก เล่าว่า ก่อนที่จะมาพบศพได้กลิ่นเหม็นเน่าออกมาจากตัวบ้าน  ประกอบกับไม่เห็นนายแอ๊ด กับลูกสาวมา 2-3 วันแล้ว จึงเดินไปดูที่บ้านพอเปิดประตูเข้าไป  ก็พบทั้งสองผูกคอเสียชีวิตใกล้กัน จึงแจ้งผู้นำหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

ส่วนสาเหตุเชื่อว่ามาจากความยากจน เพราะนายแอ๊ด อาศัยอยู่กับลูกสาวตามลำพัง หลังเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะแยกทางกับภรรยา นายแอ๊ด จึงอยู่กับลูกสาว โดยชีวิตความเป็นอยู่ของนายแอ๊ด ตลอด 5 ปี อยู่ด้วยความยากลำบาก เพราะนายแอ๊ด มีโรคประจำตัว คือโรคหอบหืด ไม่สามารถไปรับจ้างงานหนักได้ ก็จะหารับจ้างงานที่ไม่ค่อยหนักใกล้บ้าน บางวันก็จะไปหาปู หาปลา มาเลี้ยงลูกสาว ถ้าหาปลาได้มาก จะเอาไปขาย ได้เงินก็เก็บไว้ให้ลูกสาวไปโรงเรียน หลายครั้งต้องไปงัดเอาสังกะสีหลังคาบ้านไปขาย หากไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา บ้านนายแอ๊ด ถูกตัดน้ำตัดไฟ เพราะไม่มีเงินไปจ่าย จึงอยู่ในความมืด ต้องพาลูกสาวมานอนนอกบ้านหุงข้าวทำกับข้าวด้วยเตาถ่าย กลางคืนจุดเทียน ล่าสุดวันที่ 1 ส.ค.66 เห็นนายแอ๊ด เดินไปในหมู่บ้านลักษณะซึมๆไม่พูดจา แต่ก็ไม่มีใครเอะใจอะไร กระทั่งวันที่ 1 ช่วงเย็นก็ไม่มีใครเห็นทั้งสองพ่อลูกอีกเลย จนมาพบเป็นศพในวันที่ 4 ส.ค.

ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากความเครียดที่ภรรยาหนีไปมีสามีใหม่ ประกอบความจนที่บีบบังคับ ให้ต้องทำแบบนี้ ล่าสุดวันนี้ (5 ส.ค.66)  หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม จุด อ.คูเมือง ได้นำร่างสองพ่อลูกจาก รพ.บุรีรัมย์  มายังวัดบ้านสาวเอ้  เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา  และมีกำหนดจะฌาปนกิจในวันนี้ด้วย เนื่องจากศพทั้งคู่มีสภาพเน่าเปื่อย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง