สส.ก้าวไกล พาแม่นักเรียนชั้นม.2 พบ สพป.เขต3 หลังลูกถูกห้ามเข้าเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เพราะเห็นต่างทางการเมือง แม่ยอมรับมีปากเสียงกับครู แต่เด็กขอโทษแล้วควรจบ
ความเห็นต่างทางการเมืองทำห้องเรียนร้อน วันนี้ (15 ส.ค.2566) ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 นายยอดชาย พึ่งพร สส.เขต 9 จ.ชลบุรี เดินทางมาพร้อมกับนางนุช (นามสมมติ) อายุ 47 ปี แม่ของนักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง และยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายของทีมงานพรรคก้าวไกล ได้พากันเข้ายื่นหนังสือแก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขต 3 ให้ช่วยเหลือนักเรียนสืบเรื่องมากจาก นักเรียนชั้นม.2 คนหนึ่งไม่สามารถเข้าเรียนวิชาประวัติศาสตร์ได้ เนื่องจากได้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกับครู
นางนุช แม่ของเด็กนักเรียนชั้นม.2 เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในชั้นเรียนประวัติศาสตร์ ซึ่งกำลังเรียนเรื่องบางระจัน ซึ่งขณะนั้นในหนังสือเรียน มีภาพผู้ชาย ยืนอยู่ข้างควาย เพื่อนของลูกชายได้บอกครูว่า "ลุงตู่ขี่ควาย" เมื่อครูได้ยินคำนั้น จึงได้เปิดประเด็นต่อว่าเด็ก ว่ามีความเชื่อผิด ๆ ทางการเมือง โดยได้พาดพิงไปถึงพรรคก้าวไกล และได้สอนให้เด็กไปศึกษาก่อนที่จะว่าคนอื่น
จากนั้นครูได้หันมาถามลูกชาย ว่า ครอบครัวจะเลือกพรรคการเมืองใด ลูกชายก็ได้ตอบว่า พรรคก้าวไกล ครูจึงเรียกชื่อลูกชายและเพื่อนนักเรียนว่าเป็นพวกสามกีบ เหตุการณ์นี้ลูกชายได้ถ่ายคลิปไว้ และได้เอามาให้ดู ซึ่งทางแม่มองว่า เป็นการประจานเด็ก ครอบครัวเด็กนักเรียนคนอื่นที่ได้ฟังก็รู้สึกไม่ถูกต้อง หลังจากเกิดเหตุวันรุ่งขึ้น แม่ก็ไปพบครูที่โรงเรียนเพื่อสอบถามว่า เพราะอะไรถึงมาเรียกลูกชายตนเองว่า สามกีบ ซึ่งคุณครูตอบกลับมาว่า ตัวเองมีสิทธิ์ที่จะสอน
ซึ่งทางนางนุช แม่นักเรียนชายชั้นม.2 บอกว่า ครูมีสิทธิ์สอนเรื่องประวัติศาสตร์ เรื่องการเมืองได้ แต่ควรเคารพกันและกัน ทุกคนมีสิทธิ์เห็นต่าง จากนั้นทางครูได้ให้นักเรียนที่มีปัญหากับครูเข้าไปขอโทษ ซึ่งเด็กได้ไปตามที่บอก ได้ยกมือไหว้ขอโทษ แต่กับลูกชาย ครูได้บอกว่า ต้องให้แม่เธอเข้ามาขอโทษครู ถ้าไม่มา ครูจะไม่ให้เข้าเรียน ถึงแม้ครูประจำชั้นจะไปคุย ครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์ก็ยังยืนยันที่จะไม่ให้ลูกชายเข้าเรียนในวิชาของตนเอง
ทั้งนี้จากการสอบถามลูกชายของตัวเอง ทราบว่า ครูวิชาประวัติศาสตร์ให้เข้าเรียนแล้ว แต่ไม่รับงานของลูก จนล่าสุดวันจันทร์ที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านครูวิชาประวัติศาสตร์ได้ชี้หน้าลูกชาย และบอกว่า เธอไม่มีสิทธิ์เข้าเรียน และให้ออกไปจากห้อง
นางนุช แม่นักเรียนชายชั้นม.2 ยอมรับว่า วันที่เข้าไปเจอครูวิชาประวัติศาสตร์ มีการทะเลาะ ปะทะกัน มีอารมณ์ใส่กัน
นางนุช ยังบอกอีกว่า ได้เข้าพูดคุยกับทางโรงเรียน เพราะส่วนตัวก็ไม่อยากจะให้มีปัญหากับทางโรงเรียนอยู่แล้ว แต่แค่อยากให้ลูกได้เข้าเรียนเหมือนเพื่อน เพราะอาจมีผลต่อการเลื่อนระดับชั้นได้ แต่การพูดคุยไม่เป็นผล การที่ครูไม่รับงานลูกชาย มองว่าไม่ถูกต้อง เรื่องควรจะจบตั้งแต่เด็กขอโทษ และทาง ผอ.โรงเรียนก็ได้ทำการสั่งสอบเรื่องนี้ไปแล้ว แต่คุณครูไม่ได้สนองต่อคำสั่งของ ผอ.แต่อย่างใด จึงได้เข้าขอความช่วยเหลือจากทีมงาน สส.พรรคก้าวไกล และมามอบหนังสือแก่ สำนักเขตดังกล่าว
ด้านนายยอดชาย พึ่งพร สส.เขต 9 พรรคก้าวไกล เปิดเผยหลังจากยื่นหนังสือว่า พฤติกรรมของคุณครูคนดังกล่าวเข้าข่ายหมิ่นประมาทพรรคชัดเจน แต่ทางพรรคก็ไม่ได้ติดใจเรื่องนี้ และไม่ประสงค์ดำเนินคดีกับคุณครู แต่สิ่งที่ต้องการคืออยากให้ครูปฎิบัติกับเด็กเหมือนเด็กคนอื่นๆ ซึ่งเด็กต้องมีสิทธิ์ในการรับการศึกษาทุกคน การที่ครูนำความเชื่อของตัวเองที่มีมาถ่ายทอดให้เด็กฟังและ พยายามเข้าใจว่าสิ่งที่เด็กเห็นต่างคือเรื่องผิดนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นการแบ่งแยก เพราะเรื่องของการเมืองไม่มีใครถูกผิด เรื่องนี้ทางทีมก็เคยพูดคุยกับ ผอ.โรงเรียนแล้ว แต่ก็พบว่าไม่มีความคืบหน้า
ในวันนี้จึงได้เดินทางมาที่สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 เพื่อประสานการดำเนินการแก้ไขปัญหา และหากพบว่าในสัปดาห์นี้น้องนักเรียนยังไม่สามารถเข้าเรียนวิชาดังกล่าวได้ ทางทีมก็จะเดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อยื่นหนังสือถึงกระทรวงศึกษาธิการเพื่อทำการหาแนวทางในการช่วยเหลือน้องต่อไป