เช้าข่าว 7 สี - ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฎิบัติการตัดวงจรภัยออนไลน์ 2 ยุทธการ ค้น 29 จุด ทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์-ทุนจีนคริปโทฯ ยึดทรัพย์เงินสด-รถหรู จำนวนมาก
โดยยุทธการแรก เป็นการทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ ล่า ลวง หลอก EP.2 ที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์ ขยายผลจากคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่จังหวัดตาก กรณีที่คนร้ายอ้างตัวเป็น ผู้กำกับการ สภ.เมืองตาก หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินไปตรวจสอบ เพราะส่งพัสดุผิดกฎหมาย
โดยเป้าหมายสำคัญมี 3 จุด แต่ที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางได้ มีแค่ที่คอนโดมิเนียมหรู ย่านอโศก-พระราม 9 ที่ตำรวจสามารถจับกุม นางสาวนางโมเมเอ อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา ฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่นฯ และความผิดอื่นรวมหลายข้อหา พร้อมของกลางเงินสดกว่า 4 ล้านบาท, สมุดบัญชีธนาคาร 17 เล่ม, บัตรเอทีเอ็มและบัตรกดเงินสด 16 ใบ ส่วนอีก 2 จุด ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
ส่วนยุทธการที่ 2 ใช้ชื่อว่า "ปิดจ็อบล่าขุมทรัพย์ราชาคริปโต EP.4" เป็นการนำกำลังปิดล้อมตรวจค้นรวม 29 จุด ใน 3 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ, ปทุมธานี และชลบุรี จับกุม นางสาวเฝิงเฟย ไช่ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์สัญชาติจีน ที่ทำหน้าที่บริหารทรัพย์สินให้กับ นายอาบิน เย่ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน ที่ทางการจีนต้องการตัว ได้ที่คอนโดมิเนียมหรูย่านลุมพินี เขตปทุมวัน ยึดทรัพย์สิน และพยานหลักฐานสำคัญกว่า 100 รายการ รวมมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ไว้ตรวจสอบ
ปฏิบัติการนี้ เป็นการขยายผลจับกุมขบวนการชาวจีน ที่ใช้โพรไฟล์ปลอมหลอกตีสนิทผู้เสียหายชวนลงทุนเทรดเงินสกุลดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มปลอม จนมีผู้เสียหายกว่า 20,000 คดีทั่วโลก ความเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านบาท ก่อนจะนำเงินผู้เสียหาย โอนให้นอมินีไปซื้ออสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สิน เพื่อฟอกเงิน
การยึดทรัพย์ทั้ง 4 ครั้ง พบทรัพย์สินรวมกันมากกว่า 3,000 ล้านบาท ยังมีโฉนดที่ดินอีกอย่างน้อย 15 ฉบับ ที่แต่ละฉบับ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท รอการอายัดเพิ่ม ส่วน นายอาบิน เย่ ตัวการสำคัญในคดีนี้ ข้อมูลการสืบสวนพบว่า หลบหนีกบดานอยู่ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน