ห้องน้ำสาธารณะ 5.5 ล้าน หลังคารั่ว อุทยานวิทยาศาสตร์ฯหว้ากอ เรียกผู้รับเหมาซ่อมด่วน โครงการยังอยู่ในประกัน 2 ปี ด้านเครือข่ายต้านคอร์รัปชัน จี้ให้ตรวจสอบความไม่เหมาะสมสร้างส้วมใกล้หมู่อาคารสำคัญ วงเงินสูง
ความคืบหน้ากรณีห้องน้ำสาธารณะ ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ หว้ากอ ที่เพิ่งตรวจรับมอบงานจากผู้รับเหมา หลังคาชำรุดฝนตกน้ำรั่วไหลนองพื้น วันนี้ ( 19 ส.ค.66) นางวนิดา พิมอุบล รักษาราชการแทน ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีการจัดสร้างห้องสุขาสาธารณะ ที่เพิ่งตรวจรับมอบงานจากผู้รับเหมาได้ไม่นาน หลังคาชำรุดทำให้เวลาฝนตกเกิดมีน้ำรั่วไหลนองพื้น ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าคุ้มค่ากับงบประมาณที่ก่อสร้างหรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้ได้แจ้งให้ผู้รับเหมางานเข้ามาแก้ไขโดยด่วนแล้ว เนื่องจากยังมีระยะเวลาในการรับประกันงาน 2 ปี ขณะที่อุทยานฯ ลงนามตรวจรับตามแบบที่สำนักงานโยธาธิการจังหวัดกำหนดไว้ โดยใช้แบบแปลนเดิมของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ
“ ห้องสุขาดังกล่าวได้รับการจัดสรรงบจากจังหวัดประจวบฯ สร้างพื่อใช้ประโยชน์ในการเข้าค่ายทำกิจกรรมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ สัปดาห์วิทยาศาสตร์ รวมไปถึงผู้ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เนื่องจากที่ผ่านมาเวลามีกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละครั้ง มีความลำบากในการใช้บริการห้องสุขาซึ่งอยู่ห่างไกล ขอยืนยันว่าทางอุทยานฯตรวจรับงานตามแบบที่กำหนด และมีความบริสุทธิ์ใจโปร่งใส ไม่คิดว่าจะมีปัญหาตามมา สำหรับหลังคาที่รั่วผู้รับเหมาก่อสร้างตามแบบ แต่หลังจากพอเวลาฝนตกพบว่าแผ่นทำพื้นหลังคา มีความลาดเอียงน้อยจึงทำให้เกิดน้ำขังบริเวณด้านบนหลังคาและรั่วซึมไหลลงมาทำให้โครงไม้ผุพังชำรุด“
จ่าอากาศเอก เสกสรรค์ จันทร แกนนำเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ระหว่างการก่อสร้างได้ทำการทักท้วงกรณีส้วมใกล้หมู่อาคารสำคัญ และขอให้ย้ายไปจุดอื่นที่เหมาะสม แต่ไม่ได้รับความสนใจ ขณะที่การก่อสร้างพบว่ามูลค่าอาจสูงเกินจริง ทั้งที่มีการใช้วัสดุอุปกรณ์สุขภัณฑ์ตามปกติเหมือนการก่อสร้างทั่วไปของงานราชการ นอกจากนั้นพบว่าบางจุดการก่อสร้างไม่เป็นไปมาตรฐานอย่างชัดเจน เช่น การเดินสายไฟฟ้าในอาคาร การติดตั้งโครงสร้างเพดานที่ไม่เรียบร้อยตามแบบแปลน
สำหรับงบก่อสร้างห้องน้ำสาธารณะ มูลค่า 5.5 ล้านบาท กำหนดสร้าง 240 วัน เริ่มโครงการ 4 มี.ค. 2565 หมดสัญญา 29 ต.ค.2565 แต่มีการขยายเวลา ทำให้สร้างล่าช้าหลายเดือน ล่าสุดเพิ่งเปิดใช้ไม่เกิน 6 เดือน พบความไม่เหมาะสมหลายประการ โดยห้องสุขาสร้างในบริเวณหมู่อาคารสำคัญ ด้านหลังพระบรมราชานุสาวรีย์ มีการถมพื้นที่ยกระดับการสร้างให้สูงกว่าหมู่อาคารโดยรอบ นอกจากนั้นมีการออกแบบด้วยการนำถังส้วมไปไว้ในบริเวณที่สูงกว่าด้านหน้าหอพระราชประวัติ แต่มีนำแนวต้นไม้ขนาดเล็กไปปลูกขวางไว้
เมื่อตรวจสอบสภาพภายใน พบว่ามีกลิ่นเหม็นอับจากมูลนกพิราบ เนื่องจากภายในอาคารเป็นที่อาศัยของนกจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะต้องทำความสะอาดทั้งวัน ขณะที่โครงสร้างอาคารไม่ได้ออกแบบเพื่อป้องกันนกเข้าไปอาศัย