รถฉุกเฉิน วอน คนใช้รถใช้ถนน หากได้ยินเสียงและไฟขอทาง อย่าขับตัดหน้า เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

รถฉุกเฉิน วอน คนใช้รถใช้ถนน หากได้ยินเสียงและไฟขอทาง อย่าขับตัดหน้า เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

View icon 218
วันที่ 28 ส.ค. 2566 | 08.39 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รถฉุกเฉิน วอน คนใช้รถใช้ถนน หากได้ยินเสียงและไฟขอทาง อย่าขับตัดหน้า เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน หลังล่าสุด วานนี้ มีรถเก๋งสีดำ ตัดหน้ารถพยาบาลกู้ภัย จนต้องเบรกกะทันหัน ส่งผลให้ผู้ป่วย อายุ 80 ปี ในรถและญาติหน้าคะมำไปกับพื้นรถ ก่อนที่รถเก๋งคันดังกล่าว ขับหนีไปแบบไม่มีการขอโทษ

วันที่ 27 สิงหาคม 2566 เวลา 19.50 น. อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ร้องสื่อให้ช่วยเป็นกระบอกเสียง เรื่องการขับรถยนต์ตัดหน้ารถฉุกเฉิน ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของรถยนต์คู่กรณีเอง และรถอาสาสมัครกู้ภัยด้วย เพราะภายในรถฉุกเฉินของอาสาสมัครนั้น มีผู้ป่วยฉุกเฉินที่จะต้องรีบส่งตัวไปรักษาด่วนที่โรงพยาบาล แล้วหากตัดหน้ารถแบบกระชั้นชิด ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำอย่างไร เพราะหากไม่ฉุกเฉินจริงๆก็คงจะไม่รีบ และก็จะไม่เปิดสัญญาณไฟ เปิดสัญญาณเสียงดัง

แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่รถฉุกเฉินของอาสาสมัครเปิดทั้งสัญญาณไฟ และเปิดสัญญาณเสียงดังลั่นถนน แต่มีรถยนต์ขับตัดหน้า และส่งผลให้ผู้ป่วยที่นอนอยู่ภายในรถดังกล่าวถึงกับไหลไปกองอยู่หน้ารถด้วยแรงของเบรก ที่ต้องเหยียบเบรกแบบกระทันหัน แล้วทางญาติกับอาสาที่นั่งมาด้วยข้างๆกับคนป่วยก็หน้าขมำไปกับพื้นรถได้รับบาดเล็กน้อยด้วย แล้วรถยนต์คันดังกล่าวก็ขับไปแบบไม่มีการขอโทษ

โดยในภาพเหตุการณ์มีรถเก๋งสีดำ ตัดหน้ารถพยาบาลกู้ภัย ขณะรับผู้ป่วยเป็นหญิง อายุ 80 ปี โดยรับจากบ้านพักย่านประชาอุทิศ มุ่งหน้าโรงพยาบาลตากสิน โดยใช้เส้นทางถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน มุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ โดยจากคลิป เป็นช่วงขณะรถพยาบาลกู้ภัย กำลังจะผ่านพ้นแยกตากสิน โดยได้รับสัญญาณไฟเขียว ในจังหวะนั่น มีรถยนต์เก๋ง สีดำ ซึ่งมาจากถนนราชพฤกษ์ เลี่ยวซ้ายมุ่งหน้าเข้าวงเวียนใหญ่เช่นกัน ได้เลี้ยวรถตัดหน้ารถกพยาบาลกู้ภัย

จากการสอบถามนาย อัมรินทร์ กงสำโรง อายุ 23 ปี เป็นผู้ขับรถฉุกเฉินในตอนนั้น บอกเล่าว่า ตนรีบเร่งขับรถเพื่อนำผู้ป่วยซึ่งมีอาการหายใจติดขัด แน่นหน้าอก หายใจไม่ทั่วท้อง ต้องให้อ็อกซิเจน มาตลอดทาง ไปให้ถึงโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ตนก็ใช้สัณญาณไฟและเสียง เพื่อขอทางมาถึงที่เกิดเหตุตรงแยกตากสิน ก็มีรถยนต์คันนึงเลี้ยวซ้ายออกมาจากทางโพธิ์นิมิตร เลี้ยวตัดมาทางเลนที่สามเลย ซึ่งตนก็มาทางเลนที่สามพอดี ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมากระทันหันมันก็จะเกิดการสูญเสียกันทั้ง 2 ฝ่าย พอถึงโรงพยาบาล หมอบอกว่า ดีว่ามาทันเวลานะ ถ้าช้าอีกนิดอาจจะแย่กว่านี้ เลยบอกกับหมอว่า เกือบจะเกิดอุบัติเหตุแล้ว ดีว่าไม่เป็นไรมาก

เบื้องต้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสอบถามข้อมูลจากอาสาสมัครกู้ภัยคนดังกล่าวแล้ว และได้รับข้อมูลมากจากอาสาสมัครจึงอยากทราบเหตุผลของผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวด้วยเพื่อเป็นการฟังความทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ทางอาสาสมัครกู้ภัยก็ไม่ได้ติดใจเอาความแต่อย่างใด แค่อยากจะให้ออกมาขอโทษกับทางญาติผู้ป่วยดังกล่าวที่เป็นต้นเหตุทำให้ต้องมีการเจ็บตัวเพราะการเบรกกะทันหันของรถกู้ภัย และอยากจะวิงวอนขอร้องผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยว่าถ้าพบเห็นรถอาสาสมัครกู้ภัย หรือรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลถ้ามีการต้องเปิดเสียงสัญญานฉุกเฉิน และเปิดไฟสัญญานฉุกเฉิน ก็ขอให้หลบหรือให้ทางรถกู้ภัย หรือรถฉุกเฉินไปก่อนได้หรือไม่ เพราะบนรถเหล่านั้นอาจจะมีผู้ป่วยที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง