สืบเนื่องจาก ตลอดการปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าของ บก.ปทส. ที่ผ่านมา พบว่าเลื่อยโซ่ยนต์เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการตัดไม้ทำลายป่า เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการตัดไม้ และยังเป็นอุปกรณ์ที่หาได้ง่ายจากร้านค้าอุปกรณ์การเกษตรทั่วไป ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก) เห็นความสำคัญของการดูแลรักษาป่า และการสร้างความตระหนักถึงปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของทุกคน จึงได้มีปฏิบัติการปราบปรามการจำหน่ายเลื่อยโซ่ยนต์ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นต้นเหตุทำให้ประชาชนคนทั่วไปมีการเอาเลื่อยโซ่ยนต์ไปตัดไม้ โดยขาดการควบคุม และก่อให้เกิดการกระทำความผิดเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าต่อไปอีกเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเลื่อยโซ่ยนต์ดังกล่าวนี้จำเป็นที่จะต้องควบคุมการใช้และมีไว้ในครอบครองให้อยู่ในกรอบของกฎหมายด้วย

ต่อมา พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. เห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส. จัดยุทธการ “ลุยล้านนา” ปูพรมค้นร้านค้าอุปกรณ์การเกษตรกลางเมืองเชียงใหม่กว่า 10 แห่ง เพื่อป้องปรามและตัดขั้นตอนการตัดไม้ทำลายป่าตั้งแต่ต้นเหตุ โดยผลการตรวจค้น สามารถตรวจยึดเลื่อยโซ่ยนต์ที่ผิดกฎหมายได้กว่า 30 รายการ และดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 10 ราย นำส่งสถานีตำรวจภูธร 3 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ ฐานความผิด “มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ซ่อมแซมเลื่อยโซ่ยนต์เป็นธุรกิจเพื่อสินจ้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์” ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ฐานความผิด “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยยังไม่ผ่านพิธีศุลกากร”

ทั้งนี้ ตำรวจ ปทส. ย้ำว่า การครอบครองเลื่อยโซ่ยนต์ ไม่ได้เป็นสิ่งที่หวงห้าม แต่เป็นสิ่งที่ พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ ได้มีข้อกำหนดให้ผู้ต้องการจะครอบครองเลื่อยโซ่ยนต์ จะต้องขออนุญาตกับกรมป่าไม้เสียก่อน หากมีคุณสมบัติที่จะครอบครองได้ ทางกรมป่าไม้จึงจะออกเอกสารการอนุญาตให้ครอบครอง แต่หากฝ่าฝืนก็จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ดังนั้นท่านใดที่กำลังสนใจที่จะหาซื้อเลื่อยโซ่ยนต์มาครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นช่องทางออนไลน์ และร้านค้าที่จำหน่ายโดยไม่มีการตรวจสอบการได้รับอนุญาต ท่านอาจต้องพิจารณาว่า จะคุ้มหรือไม่ที่ท่านอาจจะต้องเสี่ยงถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย