งามไส้ 4 ตำรวจช่วยทำลายหลักฐาน ?

View icon 173
วันที่ 9 ก.ย. 2566 | 05.22 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - มีข้อมูลจากการสอบสวนของตำรวจที่ทำคดีกำนันนก ประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม ตำรวจทำอะไรอยู่ ทำไมไม่จับตัวคนร้าย ล่าสุดมีข้อมูลการจากการสอบสวนพบว่า มีตำรวจ 4 นาย มีส่วนช่วยในการทำลายหลักฐาน

งามไส้ 4 ตำรวจช่วยทำลายหลักฐาน ?
ข้อมูลชุดนี้ ทีมข่าวไปเจาะข้อมูลจากการสอบปากคำตำรวจที่ไปร่วมสังสรรค์งานเลี้ยงทั้ง 25 นาย พบว่าในจำนวน 25 นาย มี 4 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าไปมีส่วนร่วมในการทำลายหลักฐาน และมีส่วนช่วยให้ทั้งกำนันนก และหน่อง ท่าผา หนีออกไปจากที่เกิดเหตุ หลังลงมือยิงตำรวจ

สั่งย้าย 25 ตร.เข้ากรุ สอบวินัย
ซึ่งสอดรับกับคำสั่งล่าสุดของ พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งให้ตำรวจทั้ง 25 นาย มาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร.

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำต้องตรวจสอบสาเหตุ ความเกี่ยวข้องที่เข้าไปร่วมในงาน รวมถึงสาเหตุที่มีการปล่อยให้ผู้กระทำผิดหลบหนีไปได้ มีการทำลายพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยตรวจสอบข้อเท็จจริงรายละเอียดแยกเป็นรายบุคคล รวบรวมข้อเท็จจริงให้ครบทุกมิติ หากพบว่าข้าราชการตำรวจรายใดมีความผิดอาญา หรือวินัย ให้ดำเนินการเด็ดขาด ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน และปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ทั่วประเทศ กำชับให้เจ้าหน้าที่ฝึกฝนยุทธวิธีตำรวจ การใช้อาวุธเครื่องป้องกันตัว ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน และสั่งกำชับความประพฤติข้าราชการตำรวจ มิให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ผู้มีอิทธิผลในพื้นที่ ไม่เข้าไปคบค้าสมาคม หรือมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องใกล้ชิดผู้มีอิทธิพลในลักษณะที่เข้าข่าย จะมีผลให้สามารถนำไปกล่าวอ้างในลักษณะที่ไม่สมควรได้

วิสามัญฆาตกรรม ตัดตอนคดีไม่ให้ถูกสาว ?
ส่วนกรณีที่สังคมตั้งคำถามว่า การวิสามัญฆาตกรรม นายหน่อง ท่าผา เป็นการตัดตอน ไม่ให้ซัดทอดไปถึงกำนันนก และผู้เกี่ยวข้องคนอื่น ๆ ที่อยู่ในงาน เรื่องนี้ พลตำรวจตรี สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ชี้แจงว่าจะวิสามัญฆาตกรรม ไม่วิสามัญฆาตกรรม ทุกอย่างมีการดำเนินการเหมือนเดิม โดยเฉพาะการสืบสวนสอบสวน เรื่องนี้ไม่ได้ให้น้ำหนักอยู่แล้ว เพราะตำรวจเองก็ไม่ได้หวังพึ่งคำให้การของผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่าผู้อื่น แล้วเชื่อว่าหากจับเป็นได้ ก็มั่นใจว่า หน่อง ท่าผา ไม่น่าจะให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อคดี หรือซัดทอดใคร

ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่า มีตำรวจ 4 นาย ช่วยทำลายหลักฐานนั้น ยังไม่สามารถให้รายละเอียดเรื่องนี้ได้ เพราะอยู่ในสำนวน ทุกอย่างต้องค่อย ๆ ดำเนินการสืบสวนสอบสวน หากมีความชัดเจนแล้วจะแจ้งข่าวให้ทราบอีกครั้ง

โดยขณะนี้ ทางผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง อยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าว เป็นคณะใหญ่ของกองบัญชาการ หรือเป็นระดับกองบังคับการปราบปราม และวางตัวบุคคลที่จะเข้ามาดูสำนวนคดีทั้งหมด

พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า ในวันนี้ เวลา 10.00 น. จะมีการเรียกตำรวจที่อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมด 20-25 คน มาทำการสอบสวน เนื่องจากที่ผ่านมายังให้การไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ส่วนหลักฐานซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด ยังไม่ได้มา แต่ได้สั่งให้มีการเก็บดีเอ็นเอของบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือคนนอกประมาณ 35 คน และย้ำว่า กำนันนก ไม่มีทางรอด

ส่วนการไปนั่งสังสรรค์ที่มีการจัดขึ้นทุกเดือน และส่วนใหญ่ตำรวจทางหลวงจะไปร่วมงาน ซึ่งโยงกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของกำนันนก มีความเป็นไปได้ที่มีการรับ-จ่ายส่วยหรือไม่ บิ๊กโจ๊ก บอกว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบ

ล่าสุด มีแช็ตหลุดว่า กลุ่มตำรวจที่ไปร่วมงานเลี้ยงกำนันนก มีการพูดคุยกันถึงเรื่องส่วยรถบรรทุก มีการเคลียร์เรื่องรถบรรทุกที่ถูกจับเรื่องน้ำหนัก งานนี้ต้องตามต่อว่าทางผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร และมีการจ่ายส่วยจริงหรือไม่

ขณะเดียวกันมีอีกประเด็นที่ต้องจับตา นั่นคือกรณีปรากฏชื่อบุคคล นายแบ๊ะ และนายกั้ง เป็นตำรวจชั้นประทวนของทางหลวง ซึ่งจากการสอบสวนในเชิงลึก ว่ากันว่าทั้ง 2 คน มีสถานะเหมือนลูกทาสของกำนันคนนี้ คอยทำหน้าที่ประสานขับรถ และพาตำรวจที่กำนันอยากเจอ ไปพบกำนันที่บ้าน โดยเฉพาะ นายแบ๊ะ จัดว่าเป็นคนมีฝีมือเรื่องกล้องวงจรปิด และน่าจะอยู่ในบัญชีรายชื่อที่ต้องถูกสอบสวนหนัก เรื่องการมีส่วนพัวพันในการทำลายพยานหลักฐานแช็ต ก็ชัดเจนว่า พันตำรวจตรี ศิวกร สายบัว พยายามแก้ปัญหาเรื่องบรรทุกน้ำหนักเกิน หรือส่วยสติกเกอร์ นั่นเอง