"ปลัดมท." รับลูก "อนุทิน" ลั่นทุกคนต้องทุ่มเท แบบ รองเท้าสึกก่อนกางเกงขาด

"ปลัดมท." รับลูก "อนุทิน" ลั่นทุกคนต้องทุ่มเท แบบ รองเท้าสึกก่อนกางเกงขาด

View icon 240
วันที่ 9 ก.ย. 2566 | 14.50 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปลัดมท. เด้งรับนโยบาย “อนุทิน” สั่งงานวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน กำชับคนมหาดไทย ต้องมุ่งมั่นทุ่มเทแบบ  “รองเท้าสึก ก่อนกางเกงขาด มีใจ มี Passion ในการทำงาน” 

วันนี้ (9 ก.ย. 66) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยกนโยบาย “สั่งงานวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับไว้ ให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย นำไปปรับใช้ สอดคล้องกับหลักปฏิบัติที่คนมหาดไทยได้รับการบ่มเพาะถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาโดยตลอดว่า “รอบรู้ รวดเร็ว ริเริ่ม และเร่งรัด” ดังที่ท่านวิญญู อังคณารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เคยกล่าวไว้

นายสุทธิพงษ์ ย้ำว่า งานของทุกกระทรวง ทบวง กรมที่ลงสู่พื้นที่ ก็คืองานของคนมหาดไทย ดังนั้น พวกเราในฐานะข้าราชการประจำ จะต้องมุ่งมั่นทุ่มเททำงานแบบ “รองเท้าสึกก่อนกางเกงขาด มีใจ มี Passion ในการทำงาน” ซึ่งมีความหมาย “ต้องหมั่นลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียน ไปสอบถาม ไปพูดคุย ไปติดตามถามไถ่ ไปใช้ชีวิต ร่วมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่นั่งทำงานอยู่บนออฟฟิศ ทำงานนั่งบนเก้าอี้เพียงอย่างเดียว จนกางเกงขาด”
โดยไม่ยึดถือเรื่องเวลาเป็นข้อจำกัดของการทำงาน เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดี คือ การคิดริเริ่มสร้างสรรค์ นำเสนอสิ่งที่ดีเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาได้เห็นชอบตามที่เราได้คิด ได้เสนอ

"นอกจากนี้ คนมหาดไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ผู้ว่าราชการจังหวัด" ผู้บริหารระดับสูง ต้องเป็น "ผู้นำต้องทำก่อน" ต้องรู้ลึก รู้กว้าง ถึงเรื่องที่จะขับเคลื่อน เพื่อนำไปสื่อสารกับนายอำเภอในฐานะผู้นำของพื้นที่และภาคีเครือข่าย ซึ่งมีนัยนะว่า "ผู้นำทำงานต่าง ๆ ลำพังคนเดียวไม่ได้" ต้องมีทีมงานจาก 7 ภาคีเครือข่าย ทั้งภาคราชการ ภาคผู้นำศาสนา ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคสื่อสารมวลชน ช่วยขับเคลื่อนงาน และที่สำคัญ "ต้องเร่งรัด ติดตามการขับเคลื่อนงาน" เพื่อให้มั่นใจว่าทุกภาคส่วนได้ช่วยกันทำหน้าที่ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแบบบูรณาการอย่างยั่งยืนได้อย่างถูกต้องตามหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือ ร่วมคิด ร่วมพูดคุย ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมรับประโยชน์ ทำให้ประชาชนมีความอุดมสมบูรณ์พูนสุขโดยถ้วนหน้า ซึ่งหากทุกคนสามารถทำได้อย่างนี้แล้ว ก็จะมีคุณสมบัติตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวไว้นั่นเอง" นายสุทธิพงษ์ กล่าว