สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - สถานการณ์ "ฆ่าตัวตาย" ในไทย ยังน่าเป็นห่วง พบการฆ่าตัวตายสำเร็จสูงขึ้นปีละ 7,000 คน ส่วนวัยรุ่นพบแนวโน้มการทำร้ายตนเอง เป็นสัญญาณนำไปสู่การฆ่าตัวตายสำเร็จ
10 กันยายนของทุกปี เป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก หรือ World Suicide Prevention Day กรมสุขภาพจิต เผยสถานการณ์การฆ่าตัวตายในไทยยังคงน่าเป็นห่วง โดยหลังผ่านพ้นการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จเพิ่มขึ้น จากเดิม 6 คนต่อประชากร 1 แสนคน กลายเป็น 8 คน ต่อประชากร 1 แสนคน เท่ากับว่าแต่ละปีจะมีการฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 7,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงาน
สำหรับเด็กและวัยรุ่นพบแนวโน้มการทำร้ายตัวเองเพิ่มมากขึ้น เป็นสัญญาณที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย ซึ่งเด็กจะเริ่มเข้าใจความหมายของความตายตอนอายุประมาณ 10 ขวบ พฤติกรรมที่แสดงออก คือ ความกลัวที่สะสมนำมาสู่ความเครียด และแสดงออกเป็นพฤติกรรมผิดที่สังเกต เช่น ไม่ร่าเริงสมวัย เริ่มเลียนแบบคำพูดว่าอยากตาย ตามที่เคยได้ยิน ทั้งจากสื่อ จากผู้ปกครอง เพราะเชื่อว่าเป็นคำพูดที่สื่อถึงความทุกข์ใจ
ความทุกข์ใจในเด็ก เกิดได้จากสภาพแวดล้อมรอบตัวที่ขาดการดูแลเอาใจใส่ ถูกพูดจาเปรียบเทียบโดยเฉพาะเรื่องการเรียน การถูกบุลลีในโลกออนไลน์ เป็นต้น
การฆ่าตัวตายไม่ควรเกิดขึ้น เพราะผลเสียที่จะตามมาจะเกิดขึ้นในระดับครอบครัว สังคม และประเทศชาติ เช่น ต้องขาดบุคลากรที่ดี มีคุณภาพ ที่ทำคุณประโยชน์ได้อีกมากมาย แต่ต้องมาจบชีวิตเพราะปัญหาสุขภาพ ดังนั้น ทุก ๆ ฝ่ายต้องช่วยกันยับยั้งปัญหาสุขภาพจิต ที่จะนำไปสู่การฆ่าตัวตาย