จับตาออกหมายจับ แจ้งข้อหาเพิ่ม คดีกำนันนก จ.นครปฐม

View icon 76
วันที่ 15 ก.ย. 2566 | 11.04 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - คดีกำนันนกส่อแววยืดเยื้อ หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา "บิ๊กโจ๊ก" แถลง การกู้เซฟเวอร์เปิดภาพวงจรปิด พบคนในงานให้การขัดแย้งกับภาพ วันนี้ต้องจับตาว่าจะมีการออกหมายจับใครเพิ่ม ทั้งตำรวจและพลเรือนทั้งกรณีให้การเท็จ และช่วยเหลือกำนันนกมือปืน

หลังเมื่อคืนที่ผ่านมาหลายคนจับจ้องประเด็นการกู้เซิร์ฟเวอร์ภาพกล้องวงจรปิดในบ้านกำนันนก ขณะเกิดเหตุยิงตำรวจทางหลวงบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งพลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการดูภาพกล้องวงจรปิดในบ้านกำนันนก 13 ตัว จากทั้งหมด15 ตัว เห็นภาพและเสียงชัดเจน โดยพบว่าคำให้การคนในเหตุการณ์ให้การขัดแย้งกับข้อเท็จจริง ไม่ตรงกับกล้องวงจรปิดที่กูมาแล้วเห็นภาพ โดยเฉพาะตำรวจบางนายอ้างว่าพยามช่วยเหลือคนเจ็บ ทั้งวิ่งหลบหนีไปกับหญิงสาว  

โดยวันนี้พนักงานสอบสวนจะประชุม เพื่อไล่เรียงภาพเหตุการณ์ในวงจรปิดทั้ง 15 ตัว อีกครั้ง หลัง 2 ตัว ล่าสุดกู้ได้แล้วช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่าใครทำอะไรบ้าง  ซึ่งหากพบใครให้การเท็จ ก็จะมีการออกหมายจับเพิ่ม จากนี้ ทั้งพลเรือนและตำรวจ

ขณะที่ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดกับทีมข่าวว่าขณะนี้ ทีมกู้ข้อมูลกล้องวงจรปิด สามารถกู้ไฟล์กล้องวงจรปิด 2 ตัว มุมสำคัญได้แล้ว ซึ่งมุมดังกล่าวเป็นมุมที่จะสามารถบอกได้ว่าใครเป็นคนบงการและมีใครที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างชัดเจนบ้าง เบื้องต้นพบว่า บริเวณโต๊ะ VIP คนกำนันนกรู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมีเหตุไม่คาดคิด มีเตรียมการไว้แล้วโดยการทำลายเซิร์ฟเวอร์ ทำให้มีการกู้ยากกว่าตัวอื่น ๆ มีการดึงปลั๊กออก 10.00 น. ทางศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 นำข้อมูลมาส่งให้กับชุดสืบสวนที่ภาค 7 แล้ว และยืนยันวันนี้ยังไม่ได้ออกหมายจับใครเพิ่ม แต่ขอสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งพลเรือนและตำรวจก่อน

ล่าสุดเช้าวันนี้ ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ได้คุมตัวนายประสงค์ รปภ. ในบ้านที่เกิดเหตุ ที่ถูกแจ้งข้อหาครอบครองอาวุธปืนผิดมือ และพกพาอาวุธปืนไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ไปขออำนาจศาลฝากขัง หลังจากสอบปากคำเพิ่มเติ่มตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวปิดปากเงียบโดยไม่ตอบคำถามใด ๆ ไม่มี

ส่วนการตรวจสอบการประมูลโครงการก่อสร้างกว่า 1,500 โครงการ เป็นเงินกว่า 3,500 ล้านบาท ว่ามีการร่วมกันฮั้วประมูลหรือไม่ โดยวันอังคารที่ 19 กันยายนนี้ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ จะร่วมกับเจ้าหน้าที่ป.ป.ง, ป.ป.ท., สรรพากร และดีเอสไอ มาร่วมประชุมเพื่อแบ่งงานในการตรวจสอบ ทั้งการจ่ายภาษี  รายได้บริษัท รวมถึงที่สำคัญคือการฮั้วประมูลโครงการนี้หรือไม่ หลังมีการไปเข้าตรวจยึดเอกสารสำคัญที่บริษัทกำนันนก และบริษัทคู่เทียบรายสำคัญก่อนหน้านี้ โดยใช้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นศูนย์ปฏิบัติงาน ซึ่งหากพบมีการฮั้วประมูลก็จะมีการยึดทรัพย์ต่อไป

ส่วนบรรยากาศที่สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจ ทางหลวง ทีมข่าวลงพื้นที่ไปสำรวจ หลังพบว่ามีการโยกย้าย พันตำรวจตรีกล้า สมบัติพิบูลย์ สารวัตรกองกำกับการ 2 บก.ปอท. ไปปฏิบัติหน้าที่ใน ตำแหน่ง สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 บก.ทล. ซึ่งจากการเข้าไปสอบถาม เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า พันตำรวจตรี กล้า จะเข้ามาทำงาน ต้นเดือนตุลาคมนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างฝึกอบรมที่จังหวัดสระบุรี

ขณะที่ความคืบหน้าคดีนี้เวลา 19:00 น. พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ จะมาแถลงสรุปความคืบหน้าคดีนี้อีกครั้ง รวมถึงกรณีการเปิดกล้องวงจรปิดที่เหลืออีกสองตัวซึ่งเป็นจุดสำคัญเปลี่ยนเกิดเหตุ หลักฐานสำคัญว่าจะสามารถเชื่อมโยงและออกหมายจับใครได้เพิ่มเติม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง