สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - เกาะติดคดีกำนันนก ก่อนหน้าประชาชนบางส่วนได้ออกมาเรียกร้องให้ตำรวจเปิดภาพจากล้องวงจรปิด เพื่อลดข้อครหาว่าตำรวจจะช่วยตำรวจ และเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฎเพื่อเรียกศรัทธาจากประชาชนกลับ แต่หลังจาก บิ๊กโจ๊ก เปิดภาพไปเหมือนความเห็นจะมีทั้ง 2 ฝั่ง คือทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าการนำหลังฐานมาเปิดจะเป็นช่องให้ทนายฝั่งผู้ต้องหาดิ้นจนหลุดคดี
โดยหนึ่งในผู้ที่ให้ความเห็นดังกล่าว คือ พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 ที่โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ใช้หัวข้อว่า "การแถลงผลการสืบสวนสอบสวน...กับการสาวไส้ให้กากิน" เนื้อหาในโพสต์ เริ่มจากการยกตัวอย่างคำว่า "สาวไส้ให้กากิน" ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายความว่า การนำความลับของฝ่ายตนไปเปิดเผยให้คนอื่นรู้ เป็นการประจานตน หรือ พรรคพวกของตน
ก่อนจะเปรียบเทียบว่าการแถลงผลการสืบสวนสอบสวน ควรเป็นการแถลงข่าวให้ข้อมูลการปฏิบัติงานให้สังคมได้รับรู้เท่าที่จำเป็น โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรูปคดี ถ้าข้อมูลอยู่ในชั้น "สืบสวน" ก็อาจให้ข่าวได้ค่อนมาก แต่เมื่อเข้าสู่ชั้น "สอบสวน" การให้ข่าวควรถูกจำกัดลง เพราะการเปิดเผยรายละเอียดมากเกินไป ทนายความฝั่งคู่กรณีจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ กังวลว่า การนำภาพเหตุการณ์มาเปิดเผย หรือ นำมาเล่าเป็นฉาก ๆ จะทำให้รูปคดีเสียหาย
ทีมข่าวโทรศัพท์ไปสอบถามกับ พลตำรวจโท อำนวย ซึ่งก็ให้ความเห็นได้เพียงสั้น ๆ เพราะไปพบแพทย์อยู่ที่โรงพยาบาล บอกว่า การนำภาพ หรือ พยานหลักฐานมาเปิดเผย เท่ากับเป็นการบอกให้ทนายความของผู้ต้องหารู้ว่า ใครทำอะไรในคดีนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนไม่ทำกัน
ส่วนคนนี้ไม่เห็นด้วย ทนาย เดชา กิตติวิทยานันท์ มองว่า การแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกับสังคมไม่ได้ทำให้เสียรูปคดี เพราะก่อนที่ตำรวจจะแถลงข่าว มีการสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐานไว้หมดแล้ว การไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงเลย จะเป็นผลเสียมากกว่า และเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์ตำรวจเสียหาย
เมื่อมีหลากหลายความเห็นมาแบบนี้ เรื่องร้อนไปถึง พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง คดีฆาตกรรม "สารวัตแบงค์" ในงานเลี้ยงบ้านของ กำนันนก หรือ นายประวีณ จันทร์คล้าย โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับตำรวจทุกนายที่อยู่ในงานเลี้ยง ยกเว้นตำรวจ 7 นาย ที่มีประจักษ์พยานภาพวงจรปิดยืนยันชัดเจน ว่าได้ให้การช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดที่เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ จนเกิดกระแสดรามา ระบุว่า สามารถเปิดเผยได้เพียงเท่านั้น เพราะเสี่ยงกระทบต่อรูปคดี โดยมั่นใจสามารถดำเนินคดีกับ กำนันนก ได้แน่นอน
ส่วนความเคลื่อนไหวที่ตำรวจภูธรภาค 7 เมื่อวานนี้ พันตำรวจเอก กฤษฎาพร จงอักษร ผู้กำกับการ สน.พญาไท ได้เข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนนานกว่า 2 ชั่วโมง ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ไม่กังวลเรื่องที่จะถูกแจ้งข้อกล่าวหา เพราะได้ให้การข้อเท็จจริงไปทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าหลังเกิดเหตุได้ให้คนเข้าไปช่วยเหลือ "สารวัตรแบงค์" และได้นั่งรถตามหลังไป แต่เกิดหลงทางจึงตามไปถึงโรงพยาบาลช้าไป 8 นาที โดยมีภาพวงจรปิดยืนยัน นอกจากนี้ ยังเล่าเหตุการณ์ขณะที่ "สารวัตรแบงค์" ถูกยิง ว่าเห็น "นายหน่อง" เป็นคนลั่นไก ทั้งหมดรวม 7 นัด ปืนที่ยิงเป็นปืนยี่ห้องกล็อก และเห็นว่าก่อนเกิดเหตุมีการดวลสุรากันจริง
ส่วนที่ สภ.เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เดินทางไปเก็บ DNA ลายนิ้วมือ และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ นายเด้ง และ นายต๋อง ผู้ต้องหาที่ปรากฏอยู่ในภาพวงจรปิดบ้าน กำนันนก คืนวันเกิดเหตุ ในคดีร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนเข้าไปในที่สาธารณะ ก่อนจะคุมตัวทั้งสองคน ขึ้นรถผู้ต้องขัง ไปขออำนาจศาลฝากขัง ซึ่งทั้งสองคนอยู่ในอาการเคร่งเครียด ไม่ตอบคำถามใด ๆ
ทั้งนี้จากการสืบค้นประวัติ พบว่า นายเด้ง เคยก่อเหตุยิงกันในผับแห่งหนึ่ง ที่ตำบลห้วยจระเข้ อำเภอเมืองนครปฐม เมื่อเดือน สิงหาคม ปี 2562 เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน