ผบช.ก. เผย หลังรับโอนคดีกำนันนก เผย ตำรวจกองปราบจะสืบต่อเลยไม่เริ่มสืบใหม่

ผบช.ก. เผย หลังรับโอนคดีกำนันนก เผย ตำรวจกองปราบจะสืบต่อเลยไม่เริ่มสืบใหม่

View icon 220
วันที่ 18 ก.ย. 2566 | 17.37 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ผบช.ก. เผย หลังรับโอนคดีกำนันนก เผย ตำรวจกองปราบจะสืบต่อเลยไม่เริ่มสืบใหม่ เพราะเริ่มสืบมาตั้งแต่แรก ย้ำ จะรีบทำให้เร็วที่สุด แต่ข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ยังไม่นิ่ง ทำงานอาจจะไม่ทันใจผู้ชม แต่ตำรวจอยากให้ข้อมูลนิ่งก่อน หากรีบสรุป อาจจะถูกใจคนดู แต่หากข้อมูลผิดพลาด มันจะส่งผลกระทบเพิ่ม

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) แถลงข่าวหลังได้รับโอนคดียิง "สารวัตรแบงค์" ให้ตำรวจสอบสวนกลาง กองปราบปรามดำเนินการต่อ โดยพล.ต.ท.จิรภพ เผยว่า หลังเกิดเหตุตำรวจสอบสวนกลาง ได้ร่วมทำการสืบสวนตั้งแต่วันแรก โดยร่วมกับทางทีมงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจากการสืบสวนถึงปัจจุบัน สามารถวิสามัญนายหน่อง มือยิง สารวัตรศิว เสียชีวิต ส่วนกำนันนก ได้มอบตัวอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี จากการสืบสวนสอบสวนได้สอบปากคำ จนได้พยานหลักฐานต่างๆจนทราบว่า ใครทำอะไรอย่างไรในที่เกิดเหตุ และตามหากล้องวงจรปิดมาสอบสวนได้

ณ ขณะนี้ ได้จับกุมตัวตำรวจ 6 นาย คนธรรมดาอีก 5 นาย ที่เชื่อว่ามีการช่วยเหลือ กลุ่มผู้ต้องหา เรื่องการซ่อนเร้นอำพราง ปัจจุบันได้รับโอนคดีจาก สภ.เมืองนครปฐม ทั้ง 2 คดี คือ คดีฆ่า และคดี ม.157 ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กองจัดการตำรวจสอบสวนกลาง ทำการสืบสวนสอบสวนต่อ

สาเหตุของการโอนคดีมาที่ตำรวจสอบสวนกลาง

เป็นเรื่องปกติ ซึ่งคดีนี้เริ่มต้นมาจาก สภ.เมืองนครปฐม เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพล เป็นคดีอุกอาจอุกฉกรรจ์ และรุนแร งซึ่งเป็นหน้างานของตำรวจกองปราบ หรือ ตำรวจสอบสวนกลางอยู่แล้ว หากถามว่าทำไมถึงต้องเป็นตำรวจกองปราบ ก็เพราะตำรวจท้องที่ ต้องทำงานในท้องที่ เมื่อไปเจอผู้คนในพื้นที่ การทำงานอาจจะยากลำบาก หรือโดนอิทธิพลท้องถิ่น ซึ่งการทำคดีจากส่วนกลาง จึงน่าจะโปร่งใส และชัดเจนตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐานสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่แล้ว

คดีที่รับมาจะสืบต่อจากภาค 7 หรือรีเช็คใหม่หมดตั้งแต่เริ่มต้น

พล.ต.ท.จิรภพ เผยว่า ตำรวจกองปราบ ตำรวจทางหลวง ตำรวจกองปราบ ตำรวจสอบสวนกลาง ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่วันแรก มีการประชุมร่วมกัน ประสานงานกัน ทั้งระดับผู้บังคับบัญชา และผู้ปฏิบัติ จึงคิดว่าการสืบสวนจะเป็นไปได้ทางเดียวกันอยู่แล้ว การนำคดีมาทำ จึงทำต่อตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

เรื่องของมาตรา 157

พล.ต.ท.จิรภพ เผยว่า สำหรับนิยามของคำว่าให้การช่วยเหลือ หรือ ไม่ให้การช่วยเหลือของตำรวจสอบสวนกลาง นั้น เป็นเรื่องที่พิจารณากันในที่ประชุมวันนี้ และได้ข้อยุติหลังการประชุมว่า จะต้องพิจารณา 2 ประเด็นใหญ่ คือ 1.พิจารณาข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ณ วันเกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ประเด็นที่ 2.ข้อกฎหมายว่า 157 มีเจตนาพิเศษในมาตรานี้ แบบไหนที่เรียกว่าเป็นความผิดตามมาตรา 157 ต้องขอเวลาในการหารือ ทั้งตำรวจเอง และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทุกด้าน เพราะเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อน เมื่อข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ยุติ จึงจะพิจารณาว่า ใครที่มีความผิดก็จะออกหมายจับเพิ่มตามนั้น

ประเด็นของผู้กำกับในเขตนครบาล ที่ไปร่วมงานเลี้ยงด้วย

พล.ต.ท.จิรภพ เผยว่า สำหรับผู้กำกับในเขตนครบาล ท่านนี้ จากการสืบสวนพบว่า จังหวะแรก ไม่ได้มีการช่วยเหลือ จังหวะที่ 2 ไปโผล่ที่โรงพยาบาล ซึ่งการจะตัดสินว่าผิด ม.157 หรือไม่ ตนเองขอดูรายละเอียดเพิ่มเติม การพิจารณาต้องพิจารณาจากหลายอย่าง ต้องแยกคนผิด กับคนไม่ผิดไว้ อย่างเช่น พ่อแม่ของกำนัน ก็ไม่ได้มีส่วนผิด จึงต้องยกเว้นไว้

ประเด็นกล้องวงจรปิดบ้านกำนันนก

พล.ต.ท.จิรภพ เผยว่า กล้องวงจรปิดมีทั้งหมด 15 กล้อง หลังนำกล้องมากู้มาได้ 15 กล้อง เป็นกล้องที่ เชื่อว่าเสียมานานแล้ว 2 กล้อง อีก 1 กล้อง บันทึกไม่ได้ จึงเหลือ 12 กล้อง ใน 12 กล้อง มี 1 กล้องที่เวลาหลุดไป ซึ่งเป็นกล้องสำคัญ ก็คือตอน 10 โมงกว่าของวันเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ากล้องตัวสำคัญ ทำไมถึงภาพหายไป สำหรับสมมติฐานของตำรวจขณะนี้ คือ 1 เจ้าบ้านมีการหยุดกล้องตัวนี้ เพราะบริเวณจัดงานเลี้ยง หรือ 2 มีการไปลบทำลายหลังเกิดเหตุหรือไม่

ในทางเทคนิคภาพจากกล้องวงจรปิดอาจจะลบได้ แต่ในทางสืบสวน การถอดเซิร์ฟเวอร์แล้วไปทิ้งน้ำ ใช้เวลาไม่นานใน จึงเชื่อว่ากำนันนก ไม่น่าจะลบภาพกล้องวงจรปิดในขณะนั้น เพราะมันเร็วเกินไป รวมไปถึงจังหวะที่ฉุกละหุก ไม่น่าจะทำได้เร็ว ส่วนว่าจะมีใครลบให้กำนันนกหรือไม่ ก็เป็นหนึ่งในสมมติฐานที่ต้องตรวจสอบต่อ  ส่วนว่าใครไปลบ หรือ ไปปิดสวิตช์ระหว่างไล่กล้องทั้งหมด กล้องที่เหลือดูได้อยู่ตอนนี้มีทั้งหมด 11 กล้อง ที่เห็นคนเข้าออกในบริเวณงานพื้นที่ต่างๆ แต่กล้องที่เป็นพื้นที่จัดงานจริงๆยังไม่เห็น เพราะเวลาหยุดไปก่อน 10 โมง

แม้กล้องตัวสำคัญจะกู้ไม่ได้ แต่ยังมีพยานหลักฐานอื่น เช่น คำให้การจากพยาน มูลเหตุจูงใจ อาวุธปืน มากมายที่มั่นใจว่าจะสามารถใช้เป็นหลักฐานได้มาดำเนินคดีผู้ต้องหาถึงที่สุดได้

ย้ำอีกครั้ง จะรีบทำให้เร็วที่สุด แต่ข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ยังไม่นิ่ง ทำงานอาจจะไม่ทันใจผู้ชม แต่ตำรวจอยากให้ข้อมูลนิ่งก่อน หากรีบสรุป อาจจะถูกใจคนดู แต่หากข้อมูลผิดพลาด มันจะส่งผลกระทบเพิ่ม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง