สนามข่าว 7 สี - หลัง บิ๊กก้อง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงว่า ต้องพิจารณาใหม่เป็นรายคนไปว่าตำรวจนายใดเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ก็เกิดคำถามว่า แล้วที่ชุดสืบสวนบิ๊กโจ๊กมาทำไม่ครบถ้วนหรือ ทำไมถึงต้องรื้อใหม่
ส่องคดี กำนันนก เห็นหน้า ผบ.ตร. คนใหม่
เรื่องนี้มีคำอธิบายว่า ตามมาตรา 157 ระบุผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดนี้แบ่งได้ 2 ฐาน คือ เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ทั้ง 2 ฐานความผิดองค์ประกอบสำคัญ คือ เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่
ประเด็นที่สอบสวนกลางถอยไม่แจ้งมาตรา 157 แบบยกเข่ง เพราะหากแจ้งไปแล้วศาลยกฟ้อง ไม่ผิด จะทำให้ผู้ถูกแจ้งเสียหาย และพนักงานสอบสวนถูกฟ้องกลับ เรื่องนี้ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้เหตุผลว่า ตำรวจ 6 นาย ที่ชัดเจนว่าช่วยกำนันนก ผู้ต้องหา หลบหนี ไม่ต้องรอแล้ว แจ้งไปได้เลย เพราะผิดชัดเจน คือ ไปช่วยคนผิดหลบหนี ส่วนตำรวจคนอื่นก็ต้องพิจารณาเป็นรายคนไป
ส่วนที่ บิ๊กโจ๊ก พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. แถลงว่า ตำรวจระดับผู้กำกับหนีกระเจิง ไม่มีใครช่วยลูกน้อง แต่สอบสวนกลางกลับบอกมาอีกมุมว่า ผู้กำกับเบิ้มช่วยลูกน้อง และพาส่งโรงพยาบาล เป็นการช่วยกันซักฟอกลูกน้องและคนสนิทหรือไม่ เรื่องนี้ พล.ต.ท.อำนวย บอกว่า การที่เขาไปช่วยพาส่งโรงพยาบาล ถือเป็นการช่วยแล้วหรือไม่ สังคมต้องดูด้วยว่า คนนั่งดื่มเหล้ามึนเมากัน แล้วเกิดเหตุยิงกัน ฆ่ากัน การที่ตำรวจจะเข้าไประงับเหตุ ต้องดูว่ามีสติหรือไม่ มีความพร้อมหรือไม่ เข้าไปแล้วจะเกิดอันตรายต่อชีวิตอีกหรือไม่ การทำหน้าที่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยด้วย เพราะการทำงานไม่ใช่ชีวิตแลกชีวิต แต่ตำรวจที่ทำผิดช่วยคนหนีต้องเข้าคุก
นอกจากนี้ ยังบอกว่าสังคมอย่าหลงประเด็นพุ่งไปแค่ตำรวจที่อยู่ในงานเลี้ยง เพราะตัวการคือคนสั่งการอย่าง กำนันนก และ หน่อง ท่าผา ที่ถูกวิสามัญฆาตกรรม และอย่าไปตั้งธงตำรวจที่อยู่ในงานจะเป็นพยานเอากำนันนกเข้าคุก อาจทำให้คำให้การเสียรูปคดี และผลพวงของการกดดันตั้งธงจะทำให้กำนันนกหลุดคดี
การเปลี่ยนมือโอนคดีให้กองบังคับการปราบปราม มีผลต่อตำแหน่ง ผบ.ตร. คนที่ 14 หรือไม่ เพราะคดีนี้เกี่ยวพันถึง พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล และ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตเหมือนกัน อีกคนคือ บิ๊กก้อง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดาวจรัสแสงอาจคว้าเก้าอี้่ ผบ.ตร. ในอนาคตอีก ซึ่งคำตอบเรื่อง ผบ.ตร.คนที่ 14 คือใคร รอลุ้นปลายเดือนนี้ที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กลับมาเคาะชื่อสุดท้าย
ผบ.ตร. ยันไม่ได้ลิดรอนอำนาจ บิ๊กโจ๊ก
อย่างไรก็ตาม บิ๊กเด่น ผบ.ตร. ก็ออกมาเบรกกระแสสังคมว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรในกอไผ่ บิ๊กโจ๊ก ยังสามารถดูคดีได้ทุกอย่าง และไม่ใช่การลิดรอนอำนาจ และท่านเองยกหูพูดคุยกับบิ๊กโจ๊กแล้ว ขอสื่ออย่าเพิ่งตีความไปไกล