วันนี้ (20 ก.ย. 66) เมื่อเวลา 04.30 น. ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ (ภ.จว.ศรีสะเกษ) ได้รับแจ้งมีเหตุวัยรุ่นทะเลาะวาทและใช้อาวุธปืนไล่ยิงกัน เหตุเกิดบริเวณถนนหน้าวัดเลียบบูรพาราม เทศบาลเมืองศรีสะเกษ จึงประสาน ร.ต.อ.ยลยุพา ลานนท์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองศรีสะเกษ ไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ และกู้ชีพโรงพยาบาลศรีสะเกษ
ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ 3 คน อยู่ในอาการสาหัส 1 คน มีรถจักรยานยนต์ สีขาวแดง หมายเลขทะเบียน 1กผ 2362 ศรีสะเกษ ใกล้กันพบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ตกอยู่ 1 กระบอก ถัดไปมีมีดพกตกอยู่ คาดว่าน่าจะเป็นของกลุ่มผู้ถูกทำร้าย โดยผู้บาดเจ็บมีบาดแผลถูกยิงที่กลางหลัง 1 นัด และมีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย ส่วนอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บจากรถจักรยานยนต์ล้ม รวมทั้งถูกทำร้ายร่างกายด้วยเช่นกัน กู้ชีพฯ เร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ต่อมา 1 ใน 3 ผู้บาดเจ็บเสียชีวิต ทราบชื่อ เป็นเยาวชนชายอายุ 18 ปี เรียนอยู่ชั้น ปวช. สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 คน เป็นเยาวชนชายอายุ 18 ปี
จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังหลายนัดมาก จึงได้ออกมาดู ก็พบว่า กลุ่มผู้ถูกยิงซึ่งขี่รถจักรยายนต์มาด้วยกัน 3 คน และคนถูกยิงนั่งอยู่ท้ายสุด กำลังถูกกลุ่มคู่อริซึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกันทั้งหมด 4 คัน รถยนต์เก๋งสีดำอีก 1 คัน ใช้ไม้และเหล็กทำร้าย ตนจึงได้เข้าไปห้าม แต่ก็ไม่เป็นผล จากนั้นก็ได้สลายตัวไป ตนจึงแจ้งกู้ชีพฯให้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
ขณะเดียวกัน ข้อมูลของพยานสอดคล้องกับกล้องวงจรปิด จับภาพขณะก่อนเกิดเหตุไว้ได้ ซึ่งมีรถจักรยานยนต์ และรถยนต์เก๋งขับไล่ตามหลังกันมาก จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามในที่เกิดเหตุยังพบสภาพรถก็มีกระดาษปิดทะเบียนรถตามภาพในที่เกิดเหตุด้วย คาดว่ากลุ่มวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มน่าจะมีเรื่องกันมาก่อน เพราะจากสภาพรถ และมีการพกอาวุธปืน และอาวุธครบมือ คาดว่ามีการเตรียมไปก่อเหตุกัน แต่สถานการณ์เปลี่ยน กลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะมีมากกว่า จึงอาจขับรถหลบหนีออกมาก่อน
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสกลุ่มผู้ก่อเหตุ ในขณะที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เร่งติดตามกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าจะมีการใช้หลบหนีของกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุ โดยมีความคืบหน้าไปมาก เพราะจากเบาะแสและพยานบุคคล เชื่อว่ากลุ่มวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มน่าจะรู้จักกันมาก่อน และจะสามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีได้ในเร็วๆ นี้