คืบหน้าคดี พ่อโหดฆ่าลูก 5 ศพ

View icon 129
วันที่ 21 ก.ย. 2566 | 05.11 น.
เช้าข่าว 7 สี
แชร์
เช้าข่าว 7 สี - จากคดีที่ "กัน จอมพลัง" บุกไปช่วยเหลือเด็กหญิงที่ถูกทำร้ายร่างกาย ย่านซอยพหลโยธิน 48 กลายเป็นคดีสุดสลด ที่พบว่าพ่อแท้ ๆ มีพฤติกรรมสุดโหดทำร้ายลูกจนเสียชีวิต 5 คน ตำรวจต้องเร่งลงไปรื้อหาเบาะแสพยานหลักฐานกันทั้งกลางวัน และกลางคืน

หลังจากที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ไปชี้จุดฝังศพที่บ้านพักหลังหนึ่ง ในจังหวัดกำแพงเพชร แล้วนำตัวกลับมาควบคุมที่ สน.บางเขน กรุงเทพฯ

ช่วงเช้าตำรวจได้คุมตัว ผู้ต้องหา ชาย อายุ 46 ปี ผู้เป็นพ่อที่ก่อเหตุทำร้ายลูกจนเสียชีวิต และบังคับภรรยาให้นำศพลูกไปทิ้งในจุดต่าง ๆ พื้นที่เขตจตุจักร และสายไหม รวมถึงจังหวัดกำแพงเพชร ไปสอบปากคำต่อที่ห้องสืบสวน ระหว่างเดินไปที่ห้องดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้พยายามเข้าไปสอบถามมูลเหตุจูงใจในการลงมือ ซึ่งเจ้าตัวร้องไห้ อ้างว่ากินยารักษาอาการทางจิตเวชมานานหลายปี พร้อมขอโทษสังคม

ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจโทธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีดังกล่าว หลังมีข้อมูลว่าผู้ต้องหาลงมือฆ่าลูกที่เกิดกับภรรยาเก่าอีก 4 คน ในช่วงปี 2556-2561

พลตำรวจโท ธิติ เปิดเผยว่า ช่วงระหว่างปี 2556-2561 มีผู้ไปพบศพเด็กทารกทิ้งไว้ริมถนนย่านสวนสาธารณะจตุจักร เขตบางซื่อ รายแรกเป็นทารกเพศชาย อายุ 2 เดือน ส่วนรายที่ 2 เป็นทารกเพศชายเช่นกัน มีอายุ 10 เดือน ผลการชันสูตรพบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจึงได้เก็บ DNA และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของเด็กทั้ง 2 ไว้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งรัดตรวจสอบ ว่าเป็นลูกของผู้ต้องหาจริงหรือไม่ ส่วนที่ว่าการเสียชีวิตของเด็กจะเกิดจากพ่อเป็นคนลงมือหรือไม่ ต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐานยืนยันความผิดก่อน

โดยมีรายงานข่าวว่า จากการสอบสวน เบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหา มีพฤติการณ์ทำร้ายร่างกายลูก โดยอ้างเกิดอารมณ์โมโห เพราะรำคาญเสียงร้อง ทั้งช่วงที่ภรรยาไม่อยู่บ้าน และช่วงที่อยู่กับลูก ๆ ตามลำพังเรื่อยมา กระทั่งลูกคนแรกเสียชีวิต จึงบังคับให้ภรรยานำศพลูกไปทิ้ง หากไม่ทำตามก็จะลงมือทำร้ายภรรยา และยังขู่ไม่ให้ภรรยาแจ้งความ จนภรรยากลัวจะถูกดำเนินคดีตามไปด้วย และไม่ได้เจอลูก ๆ อีก

ขณะที่ในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมตำรวจนครบาล ไปตรวจสอบห้องพักจุดเกิดเหตุ ในซอยพหลโยธิน 48 แยก 11 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่พักของผู้ต้องหา ภรรยา และลูก ๆ เบื้องต้นพบจดหมายที่คาดว่าเป็นของ ภรรยา เขียนระบายความรู้สึกว่าถูกผู้ต้องหาข่มขู่ทำร้ายร่างกาย นอกจากนี้ยังพบมีด 3 เล่ม ในจำนวนนี้มี 1 เล่ม ที่มีรอยถูกลนไฟ จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน เตรียมนำไปเปรียบเทียบกับร่องรอยบาดแผลกับเด็กทั้ง 2 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือไปก่อนหน้า

จากนั้นได้ลงพื้นที่บริเวณซอยพหลโยธิน 56 ซึ่งเป็นจุดที่ภรรยาอีกคนของผู้ต้องหา และเป็นแม่ของลูก 5 คน รับว่า ลูก 4 คนเสียชีวิต และนำศพของลูกคนหนึ่ง ใส่ถุงดำมาทิ้งแถวศาลพระภูมิ หวังให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกปักดูแลลูก แต่เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ไม่ต่ำกว่า 5-6 ปี มีการถมที่ ร่างเด็กอาจถูกฝังอยู่ จึงต้องนำรถแบ็กโฮมาไถเปิดหน้าดิน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพบกระดูกปริศนาขนาดเล็ก 2 ชิ้น โดยเจ้าหน้าที่จะนำกระดูกดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นกระดูกมนุษย์หรือไม่ และดีเอ็นเอเป็นลูกของผู้ต้องหาหรือไม่ต่อไป

อย่างไรก็ตามระหว่างรอผลตรวจกระดูก ทางตำรวจก็จะตรวจสอบพยานบุคคลและพยานแวดล้อมให้รอบด้าน โดยจะประสานไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ กทม. และเจ้าของพื้นที่ ว่าเจอสิ่งผิดปกติหรือไม่ หรือมีสำนวนชันสูตรศพนิรนามที่ตรงกับคดีนี้หรือไม่ ส่วนศพของเด็ก 2 คน ที่ตำรวจมีข้อมูลแล้ว คาดว่า 1-2 วันนี้จะทราบผลการตรวจเปรียบเทียบ DNA

ขณะที่ในช่วงค่ำวานนี้ ตำรวจได้นำตัว นางสาว ส. แม่ของเด็กที่ถูกฆ่าแล้วนำศพไปฝังที่บ้านในจังหวัดกำแพงเพชร ออกจากห้องขังไปสอบสวนเพิ่มเติม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็นำตัวกลับไปที่ห้องควบคุมตามเดิม ส่วนนาย ส. พ่อที่ก่อเหตุ พบว่ามีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่ต้องคอยดูพฤติกรรมตลอดเวลา เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะทำร้ายตัวเอง โดยในวันนี้พนักงานสอบสวนจะคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ และมีอัตราโทษสูง

จากนั้นตำรวจชุดคลี่คลายคดีก็ได้ประชุมความคืบหน้าคดีกันที่ สน.บางเขน ซึ่งหลังประชุม พลตำรวจตรี อรรถพล อนุสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้เปิดเผยว่า การประชุมเป็นการติดตามความคืบหน้า หลังจากได้ประชุมสั่งการไปเมื่อวันก่อน ว่าพบพยานหลักฐานอะไรเพิ่มเติมบ้าง พร้อมมอบภารกิจให้ชุดสืบสวนสอบสวนที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้แต่งตั้งเพิ่มเติม ซึ่งในวันนี้ยังมีอีกหลายจุดที่จะต้องไปเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่สถานที่เกิดเหตุทั้งหมด อีกทั้งวันนี้ยังได้นัดหมายกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานในการตรวจสอบหาโครงกระดูกมนุษย์ต่อเนื่อง ที่บริเวณข้างปั๊ม ปตท. ใกล้ปากซอยพหลโยธิน 56 ซึ่งจุดที่ผู้ต้องหานำศพไปทิ้ง

ในส่วนของภรรยาผู้ต้องหา ที่เคยอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย และข่มขู่จนไม่กล้าเปิดเผยความจริง ถ้าเจ้าตัวประสงค์จะเอาผิดก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนได้ ซึ่งจะเป็นอีกคดีแยกออกมา

ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาอ้างว่ามีอาการป่วยทางจิตเวช ก็จะต้องส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่จากการที่สอบปากคำ เชื่อว่าผู้ต้องหารู้สำนึก พูดจาตอบโต้เป็นปกติ

ถึงแม้ว่าผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุฆ่าลูกตัวเองทั้ง 5 คน แต่ทางตำรวจก็ต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับคำให้การ เพื่อจะเอาผิดดำเนินคดีได้ และยังต้องตรวจสอบว่าผู้ต้องหามีลูกนอกเหนือจากที่ให้การหรือไม่ด้วย