สนามข่าว 7 สี - เรื่องคดี "กำนันนก" ยังไม่เงียบ ยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ โดยเมื่อวานนี้มีการย้ายอดีตตำรวจ 6 นาย จากเรือนจำจังหวัดสมุทรสงคราม มาฝากขังที่เรือนจำเดียวกับ "กำนันนก" แล้ว แต่ทางกรมราชทัณฑ์ยืนยันไม่ได้พบเจอกัน
ตำรวจหน่วยหนุมานกองปราบ ควบคุมตัวอดีตตำรวจ 6 นาย ที่ถูกคุมขังที่เรือนจำกลางจังหวัดสมุทรสงคราม ไปควบคุมตัวต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังจากมีการโอนย้ายคดีจากตำรวจภูธรภาค 7 มายังตำรวจสอบสวนกลาง ทำให้ต้องมีการย้ายตัวผู้ต้องหาในคดีเข้ามาควบคุมไว้ที่กรุงเทพฯ
ซึ่งทำให้หลายฝ่ายก็กังวลว่า แล้วผู้ต้องขังอย่าง "กำนันนก" จะได้พบเจอกับอดีตตำรวจ 6 นายนี้ หรือไม่ เพราะอาจจะถูกคุมขังอยู่ที่เดียวกัน เกรงว่าผู้ต้องขังทั้งหมดจะพูดคุยปรึกษารูปคดีกัน ทำให้เสียรูปคดี เรื่องนี้เราได้รับการยืนยันจาก นายนัสที ทองปลาด ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ขั้นตอนทั้ง 6 คน จะเข้าสู่การแยกกักโรคโควิด-19 จำนวน 10 วัน แบ่งเป็น ห้องกักโรค 5 วัน และ ห้องกันชนอีก 5 วัน เมื่อครบการกักโรคแล้วก็จะมีการพิจารณาจำแนกลักษณะผู้ต้องขังเพื่อไปยังแดนต่าง ๆ ภายในเรือนจำ
ส่วนข้อกังวลที่ว่า นายนัสที บอกว่า ตามหลักการพิจารณาของคณะกรรมการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังแล้ว จะมีการประชุมหารือกันถึงประวัติส่วนตัวของผู้ต้องขัง ฐานความผิดและพฤติการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา เพราะว่าจะต้องมีการป้องกันไม่ให้โจทก์และจำเลยอยู่ในแดนขังเดียวกัน และจำเป็นต้องแยกออกจากกัน ป้องกันเรื่องของความปลอดภัยและเหตุที่ไม่คาดคิดอื่น ๆ ได้ ซึ่งแดนขังภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีทั้งหมด 8 แดน แต่ละแดนจะมีการกั้นออกจากกันชัดเจน มีประตูแดนที่จะปิดสนิทตลอดเวลา มีกำแพงกั้นสูง และมีโรงเลี้ยงอาหารประจำแต่ละแดนขัง ซึ่งจะทำให้ทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ได้เจอกัน หรือว่ามีความข้องเกี่ยวกัน ยืนยันได้ว่า กำนันนก และตำรวจทั้ง 6 นาย จะไม่ได้เจอกันแน่นอน
ส่วนความคืบหน้าคดี พันตำรวจเอก เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม ระบุว่า ได้เข้าหารือกับอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต เพื่อขอให้เป็นที่ปรึกษาคดี ช่วยวางขอบเขตและหลักเกณฑ์ในการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องสงสัยว่ามีความผิดเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
โดยสรุปคือ หลังจาก นายหน่อง ยิงปืนนัดแรก อัยการเชื่อว่าเป็นสัญชาตญาณของแต่ละบุคคลที่ไม่เหมือนกัน จึงไม่อาจนับพฤติการณ์ในจังหวะนี้มาใช้ในการดำเนินคดีได้ แต่หลังจากนั้นพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่แต่ละนายจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ อย่างเช่น หลังได้ยินเสียงปืน ตำรวจวิ่งหนี แต่กลับมารักษาที่เกิดเหตุ หรือนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ลักษณะนี้ถือว่าไม่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่หากบุคคลดังกล่าวหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุโดยไม่กลับมาอีก หรือให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา ก็อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะสามารถดำเนินการออกหมายเรียกหรือหมายจับตำรวจนายอื่น ๆ นอกเหนือจากอดีตตำรวจ 6 นาย
ส่วนที่ กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กองฮั้วประมูล กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ วานนี้เป็นวันที่ 3 ของการเรียกตัวแทน 18 บริษัท เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน ว่าเกี่ยวข้องกับการฮั้วประมูลกับบริษัท "กำนันนก" หรือไม่ แบ่งเป็น 9 บริษัท ที่เคยยื่นซื้อซองประมูลในโครงการประกวดราคาจ้างเหมาทำการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย อำเภอดอนตูม - ตำบลลำลูกบัว ในปีงบประมาณ 2560
อีก 9 บริษัท ซึ่งเคยยื่นซื้อซองประมูลในโครงการประกวดราคาจ้างก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย ตำบลลำลูกบัว บรรจบทางหลวงหมายเลข 346 ปีงบประมาณ 2564
แหล่งข่าวดีเอสไอ ระบุว่า หลังจากเรียกตัวแทนบริษัทมาสอบปากคำเสร็จสิ้น ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเสนอ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล อธิบดีดีเอสไอ พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ม.21 วรรค 1 (ง) คดีความผิดทางอาญาที่มีผู้ทรงอิทธิพลที่สำคัญเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน