เกาหลีใต้กำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวอีกช่วง คือ ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn)หรือ ช่วงใบไม้เปลี่ยน ที่เริ่มประมาณปลายเดือนกันยายน – พฤศจิกายน และประจวบกับช่วงหยุดยาวเดือนตุลาคม ทำให้หลายคนวางแผนที่จะไปท่องเที่ยวยังเกาหลีใต้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ช่วงหลายปีที่ผ่าน หรือ ช่วงนี้เข้าประเทศเกาหลียากมาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม.เกาหลีใต้ ส่งคนไทยกลับประเทศจำนวนมาก
ล่าสุด บิว วราภรณ์ อินฟูลเอนเซอร์ และ ยูทูบเบอร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ แจ้บิว ที่มีคนติดตามในยูทูปและเฟซบุ๊กเกือบ 1 ล้านคน ก็เป็น 1 ในคนไทยที่ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเกาหลีใต้ ทั้งที่เคยเดินทางไปเกาหลีใต้มา 8-9 รอบ ครั้งนี้ติดตม.เกาหลีใต้ และยืนยันส่งกลับประเทศไทย จนทำให้เกิดความสงสัยว่า ทำผิดอะไรขนาดนั้น ทั้งที่ตั้งใจมาเที่ยว
คลิกอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตม.เกาหลีไม่ใจดี บิว อินฟลูเอนเซอร์ดังถูกส่งกลับไทย แม้เคยไปมามากกว่า 10 ครั้ง

ต่อมา บิว วราภรณ์ ได้ออกมาไลฟ์ (20 ก.ย.66) เล่ารายละเอียดที่ติด ตม.เกาหลี ว่า ตนเองไปเกาหลีมามากกว่า 10 รอบ ทั้งไปเที่ยวเอง และไปโดยแบรนด์เกาหลีเชิญไปร่วมงานอีเว้นท์ ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา จนกระทั่งเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้ถูกเชิญจากแบรนด์กระเป๋าสัญชาติเกาหลี โดยมีสัญญาจ้างให้ไปงานอีเว้นท์ ทริปนี้มีผู้ร่วมทริปหลายคน ซึ่ง 1 ในผู้ร่วมทริป ถูกท้วงติงจาก ตม.เกาหลีว่ามาทำงาน ซึ่งขณะนั้น ทางแบรนด์ได้เข้ามาเคลียร์ให้แล้ว โดยยกเลิกสัญญาจ้าง และเปลี่ยนเป็นการเชิญมาร่วมอีเว้นท์ ซึ่งทางแบรนด์แล ะทางตม.ก็บอกว่าเคลียร์ สัญญาจ้างคือโมฆะ
ส่วนทริปล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ย.66 เป็นการไปเที่ยวกับแฟน ซึ่งแฟนผ่านเข้าไปได้ ส่วนตัวเองพอสแกนนิ้ว ก็ถูกยกพาสปอร์ตและถูกเรียกให้เข้าห้องเย็น (ห้องตม.) พอเข้าไปก็ได้อธิบายว่าตัวเองทำอาชีพอะไร และบอกว่าตัวเองเป็นเจ้าของกิจการ มาเที่ยวกับแฟน มีเอกสารการจองโรงแรม มีข้อมูลทุกอย่าง
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตม. ได้หยิบโทรศัพท์มือถือของเธอไปเช็ก โดยไม่มีการให้เซ็นยินยอม ซึ่งทางตม.เกาหลี ก็ได้พูดถึง ทริปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเหมือนทางตม.ปักใจเชื่อว่า ครั้งนั้นมาทำงาน ตอนนั้นก็คิดว่า มันจบไปแล้วไม่ใช่เหรอ ? เพราะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตม.ไปเจอรูปที่กับกระเป๋าแบรนด์สัญชาติเกาหลี ที่เชิญมาร่วมอรเว้นท์เมื่อเดือนมิถุนายน ตนเองก็แจ้ง อธิบายว่า งานนี้เป็นงานเปิดที่ใครจะมาก็ได้ ลูกค้าทั่วไปก็เข้าไปถ่ายได้ เพราะเขาจัดแสดงไว้สวยมาก แต่เหมือนทางเจ้าหน้าที่ตม.ก็ยังไม่เชื่อ ก็ได้พยายามบอกกับเจ้าหน้าที่ตม.ว่า อยากคุยกับทางแบรนด์ไหม หรือ อยากดูเอกสารไหม อยากดูสเตตเมนต์ไหม ว่าไม่ได้รับเงินแต่ทางเจ้าหน้าที่ตม.ดุเหมือนจะไม่สนใจ และได้ย้ายให้ไปอีกห้อง เพื่อเซ็นเอกสาร และสัมภาษณ์อีกครั้ง โดยผ่านล่ามคนไทย
ซึ่งทางล่ามก็ถามว่าได้ลง K-ETA เองไหม ถามถึงค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน ซึ่งตนเองลงไปนาน 8-9 เดือนแล้ว จำไม่ได้ ตอนนั้นก็ถูกล่ามกดดัน จนตอบผิดตอบถูก และล่ามก็ไม่ได้แนะนำอะไร ไม่ขอดูเอกสาร หลักฐานอะไรเลย
เธอเองก็สู้พยายามอธิบายว่าครั้งนี้มาทำอะไรแต่กลับได้รับเอกสารมาให้เซ็น 2 ใบ คือ ไม่ให้เข้าประเทศ กับ ใบขอคัดค้านการไม่ให้เข้าประเทศ เธอก็ได้เขียนอุทธรณ์ บอกเหตุผล ว่ามาครั้งนี้แฟนมาตัดชุดแต่งงาน ตั้งใจมาฉลองครบรอบ 8 ปี กับแฟน แต่ ตม.ดุเหมือนไม่สนใจ และให้นอนรอให้นอนรอ 1 คืน เพื่อรอฟังผลตอน 8 โมงเช้า แต่ปรากฎว่า คำตอบยังเหมือนเดิม ล่ามมาบอกว่า คุณรู้ใช่มั้ยคุณมีความผิด ไม่ได้เข้าประเทศ คุณเข้าประเทศไม่ได้ ทำให้เธอถึงกับร้องไห้ปล่อยโฮออกมา เพราะความเจ็บใจ เนื่องจากเธอมีความสัมพันธ์ที่ดี รู้สึกอินกับเกาหลีใต้ ทำคลิปแนะนำท่องเที่ยวเกาหลีใต้มาหลายต่้อหลายคลิป แต่ถูกปฏิบัติเหมือนทำความผิดใหญ่ จนไม่ให้เข้าประเทศ


ทั้งนี้เธอบอกว่า จะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด โดยทางแบรนด์เกาหลีที่เชิญเธอไปออกอีเว้นท์เมื่อเดือนมิถุนายน ได้ติดต่อทนาย และกำลังดำเนินเรื่องทางด้านกฎหมายไปกับทางตม. เพื่อไม่ให้เธอถูกติดแบล็กลิสต์
ทั้งนี้ บิว วราภรณ์ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เรื่องที่คนเข้าใจผิด เรื่องงานอีเว้นท์เมื่อเดือนมิถุนายน ยืนยันว่า ทางแบรนด์เคลียร์กับตม.เกาหลีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตอนนั้นผ่านไปได้ด้วยดี คนอื่น ๆ ก็เข้าประเทศได้ตามปกติ
บางคนอาจจะมีคำถามว่า ทำไม บิวไปทำงานแล้วไม่ขอวีซ่า จึงอยากชี้แจงว่า ปกติทางแบรนด์เกาหลีจะมีแค่บัตรเชิญ ทางเกาหลีจะเป็นคนจัดการเลย ว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ที่ผ่านมายื่นบัตรก็ผ่านได้ตลอด คำเชิญจากแบรนด์เกาหลี มีประมาน4-5 ครั้ง ทางเขาก็จะยินดีที่ไปโพรโมทประเทศ ครั้งนี้เลยคิดว่าเป็นการเข้าใจผิดกันของตม. ที่ไม่ได้คุยกัน และล่ามคนไทยที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือด้วย
เรื่องนี้ทางบิว ส่วนตัวคิดว่า ถ้าได้รับคำแนะนำที่ดีครั้งหน้าจะได้แนะนำคนไทยคนอื่น ๆ ด้วยว่า ควรปฏิบัติตัวยังไงและเตรียมพร้อมยังไงบ้าง แต่ครั้งนี้ถึงขั้นไม่ฟังไม่ดูเอกสาร ไม่ฟังทางแบรนด์ชี้แจ้ง และ แจ้งว่าไม่ให้เข้าประเทศอีก ล่ามก็หาว่าแก้ต่าง ไม่ได้รับความช่วยเหลือในการแปลที่ถูกต้อง จึงเป็นเหตุผลให้ส่งกลับประเทศ จึงรู้สึกว่าครั้งนี้ทำเกินไปหน่อยเพราะในฐานะที่เราทำงานด้วยกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเกาหลี ผ่านมา 4-5 ปี ก็ค่อนข้างเสียความรู้สึกที่สุดท้ายโดนส่งกลับประเทศ
ล่าสุดวันนี้ (21 ก.ย.66) บิว วราภรณ์ ก็ได้ออกมาชี้แจงอีก ว่าตัวเองไม่ได้เป็นผีน้อย จุดประสงค์ต้องการมาแชร์ประสบการณ์ ชีวิตเป็นบทเรียนชีวิต และเพื่อการเรียนรู้ให้กับทุกคนในครั้งต่อไป เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ตั้งใจไปเที่ยวจริงๆ คงไม่ได้อยากเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ เพราะกว่าจะเก็บเงินได้ กว่าจะหาเวลาไปเที่ยวได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เลยคิดว่าเรื่องนี้ที่เราเป็นปัญหามานานกับ ตม.เกาหลี ควรจะหาทางออกร่วมกันโดยกำหนดมาตรการชัดเจน ว่าทำแบบไหนถึงผิดกฎของประเทศ และไม่สามารถเข้าประเทศได้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ให้หลายหลายคนเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก