สนามข่าว 7 สี - อีกคดีอุกอาจ มือปืนกระหน่ำยิง 9 นัด เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน หรือ อส. ที่จังหวัดกาญจนบุรี เสียชีวิตต่อหน้าภรรยาและลูกอายุ 6 ขวบ ล่าสุด ตำรวจพุ่งเป้าสงสัยคนสนิทที่เคยร่วมทำธุกิจบางอย่างด้วยกัน แต่หักกันถึงขั้นตัดเพื่อน
คดีนี้เกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา บริเวณหน้าร้านค้าแห่งหนึ่งในหมู่บ้านท่าโป่ง ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี โดยคนร้ายอาศัยจังหวะที่ นายนพเดช บุญสุวรรณ์ อายุ 34 ปี ขี่รถจักรยานยนต์พาภรรยา และลูกชายอายุ 6 ขวบ มาซื้อของและเติมน้ำมันที่ร้านค้า ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงเข้าที่หน้าอก และหน้าท้อง รวม 9 นัด เป็นเหตุให้ นายนพเดช บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยในที่เกิดเหตุตำรวจพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ตกอยู่มากถึง 9 ปลอก ทำให้เชื่อว่าคนร้ายตั้งใจมาก่อเหตุเอาชีวิตนายนพเดช
ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของพยานที่เห็นเหตุการณ์ ให้ข้อมูลว่า คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์นั่งซ้อนมากัน 2 คน จากรูปร่างคาดว่าเป็นชายทั้งคู่ โดยคนที่นั่งซ้อนท้ายสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ทำหน้าที่เป็นมือปืน อาศัยจังหวะที่ นายนพเดช ขี่รถจักรยานยนต์มากับภรรยา และลูกอายุ 6 ขวบ มาจอดที่ร้านค้า และในจังหวะที่เอื้อมมือเปิดเบาะรถจักรยานยนต์ เพื่อเติมน้ำมัน คนร้ายก็เล็งปืนไปที่ นายนพเดช ทันที ซึ่งพยานระบุว่าจากลักษณะเหมือนว่าคนร้ายน่าจะรู้จักใบหน้าผู้เสียชีวิตเป็นอย่างดีแล้ว ถึงเล็งยิงได้ถูกตัว
สำหรับประวัติของผู้เสียชีวิตนั้น ภรรยา และเพื่อนสนิท บอกว่า เพิ่งจะสอบบรรจุได้เป็นเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนของจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อไม่กี่วันก่อน โดยเจ้าตัวเตรียมเดินทางจะไปแก้บนที่วัดจุฬามณี วันที่ 24 กันยายน แต่มาถูกยิงเสียชีวิตเสียก่อน และเมื่อวานนี้ระหว่างทีมข่าวลงพื้นที่ไปได้คลิปภาพกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณร้านค้าร้านหนึ่ง ที่อยู่ห่างจากร้านค้าที่เกิดเหตุ นายนพเดช ถูกยิงประมาณ 20 เมตรเท่านั้น ได้ยินเสียงปืนที่คนร้ายยิงกระหน่ำดังแบบรัว
ส่วนความคืบหน้าทางคดี หลังจากที่เมื่อวานนี้ พันตำรวจเอก ภัทรชัย กอสนาน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางลงพื้นที่ สภ.ลาดหญ้า เจ้าของคดี เพื่อร่วมประชุมกับทีมสืบสวนคลี่คลายคดีนี้ ก่อนออกมาเปิดเผยว่าขณะนี้ทีมสืบสวนได้เก็บรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณร้านค้าที่เกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียงมาทั้งหมดแล้ว พร้อมทั้งเรียกสอบพยานบุคคลในที่เกิดเหตุ รวมถึงเรียกสอบครอบครัวของผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายปาก
เบื้องต้นตั้งปมสังหารไว้หลายเรื่องด้วยกัน แต่ที่ให้น้ำหนักมากที่สุด คือ ประเด็นความแค้นเรื่องส่วนตัว เนื่องจากการสืบสวนพบข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ นายนพเดช เคยมีคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นด้วยอาวุธปืน และคดีบุกรุกพื้นที่กับชายคนหนึ่ง เมื่อปี 2559 นี่อาจเป็นอีกหนึ่งชนวนเหตุให้โจทก์เก่าตามมาล้างแค้นเอาชีวิต
นอกจากนี้ยังพุ่งเป้าสงสัย ชายอีก 1 คน มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิต ที่ผ่านไว้ใจ ไปมาไปไหนมาด้วยกันตลอด และร่วมทำธุรกิจบางอย่างด้วยกัน กระทั่งมีเรื่องขัดอะไรกัน เป็นเหตุผู้เสียชีวิตและชายคนนี้ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นที่ว่าลั่นตัดขาดจากความเป็นเพื่อน และไม่เผาผีกันเลยทีเดียว