การใส่ถุงเท้านอนดีต่อสุขภาพ สามารถช่วยให้หลับสบายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่นอนห้องแอร์

การใส่ถุงเท้านอนดีต่อสุขภาพ สามารถช่วยให้หลับสบายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่นอนห้องแอร์

View icon 772
วันที่ 26 ก.ย. 2566 | 16.38 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
การใส่ถุงเท้านอนดีต่อสุขภาพ สามารถช่วยให้หลับสบายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่นอนห้องแอร์

โดยมีข้อมูลซึ่งเป็นผลการศึกษาของสถาบันประสาทวิทยาของเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2007 ที่ตีพิมพ์ในวารสารสรีรวิทยาและพฤติกรรม พบว่า คนที่สวมถุงเท้าเข้านอน จะนอนหลับได้เร็วขึ้นกว่าคนที่ไม่ได้สวม ซึ่งการใช้เวลาเข้านอนน้อยกว่า เป็นตัวบ่งชี้ว่าจะมีโอกาสที่จะหลับลึกได้มากกว่า และมีคุณภาพการนอนที่ดีกว่าด้วย

นอกจากนี้ เพจ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ของ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้โพสต์ระบุไว้ เมื่อ 21 ธันวาคม 2022 โดยระบุว่า จากการศึกษาในปี ค.ศ. 2007 ผู้ใหญ่ที่ใส่ถุงเท้านอน ไม่ว่าจะถุงเท้าธรรมดาหรือถุงเท้าที่มีการให้ความร้อน จะนอนหลับได้เร็วขึ้น ที่เป็นเช่นนั้น เพราะว่าการที่เราทำให้มือและเท้าอบอุ่นไว้นั้น จะช่วยทำให้หลอดเลือดในบริเวณดังกล่าวขยายตัว เป็นการช่วยระบายความร้อนผ่านผิวหนัง และลดอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย (หรือ core body temperature ซึ่งปกติจะอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส และจะลดลงในเวลากลางคืนเมื่อหลับแล้วประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส โดยจะถึงจุดต่ำสุดตอนเวลาประมาณตี 4) ซึ่งจะส่งสัญญาณไปที่สมอง ว่าถึงเวลานอนแล้ว อุณหภูมิร่างกายลดลงแล้ว เราจึงรู้สึกง่วงมากขึ้น (เป็นเหตุผลเดียวกัน กับคำแนะนำที่บอกให้ทำให้ห้องนอนเย็นๆ หนาวๆ จะได้หลับง่ายขึ้น)

นอกจากนี้ การใส่ถุงเท้านอน จะช่วยลดอาการของโรค เรย์โนด์ Raynaud’s symptoms ซึ่งเป็นโรคที่เกิดความผิดปรกติขึ้นกับเส้นเลือดที่ผิวหนัง โดยมักจะเป็นเวลาที่หนาวหรือเครียด จะทำให้เลือดไหลเวียนไปที่มือและเท้าน้อยลง นิ้วมือนิ้วเท้าเกิดอาการเหน็บชา และอาจเปลี่ยนสีไปเป็นสีฟ้าหรือสีขาวซีด การใส่ถุงเท้าให้อบอุ่นจึงช่วยลดอาการนี้ได้

การใส่ถุงเท้านอน ยังช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายของสตรีวัยทองที่มีอาการร้อนวูบวาบ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงกวัดแกว่งของระดับฮอร์โมนในร่างกายของสตรีที่หมดประจำเดือน (menopause) ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย / งานวิจัย ในปี 2005 ที่ศึกษาการตอบสนองของ สมอง ระหว่างมีเพศสัมพันธ์

และยังพบด้วยว่า คู่สามีภรรยาที่ใส่ถุงเท้านอน จะมีเพศสัมพันธ์ที่ดีขึ้น มีแนวโน้มที่จะถึงจุดสุดยอด (orgasm) มากขึ้นระหว่างมีกิจกรรมทางเพศ (แต่งานวิจัยนี้ จากกลุ่มตัวอย่างเพียง 13 คู่)

6512a719cbeff8.15951269.JPG

ข่าวที่เกี่ยวข้อง