เช้าข่าว 7 สี - ตำรวจ 15 นาย ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พิจารณาสรุปจะแจ้งข้อหาฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในคดีบ้านกำนันนก ทยอยเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา โดยมีทนายความจากสภาทนายความ อาสาช่วยดูแลด้านคดีให้ ขณะที่รองผู้การปราบปราม ยืนยัน การดำเนินคดีดูจากพฤติการณ์ที่เห็นว่า "ไม่ทำสิ่งที่ควรทำ"
พนักงานสอบสวนกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เรียกตำรวจ 15 นาย ที่พิจารณาแล้วว่า เข้าข่ายกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ จากเหตุการณ์ในคดียิง "สารวัตรแบงค์" ในงานเลี้ยงบ้านกำนันนก จังหวัดนครปฐม มารับทราบข้อกล่าวหา โดยพันตำรวจเอก วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ในฐานะโฆษกชุดสืบสวนคลี่คลายคดี "กำนันนก" บอกว่า ตำรวจทั้ง 15 นาย มาได้เพียง 14 นาย โดย 1 นาย ติดภารกิจ จะตามมารับทราบข้อหาในวันนี้ พร้อมกับอธิบายเหตุที่ตัวเลขจำนวนผู้ต้องหาไม่ตรงกับที่คณะพนักงานสอบสวนของ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแถลงข่าว ก่อนมีการรับโอนคดี เนื่องจากเป็นการพิจารณาข้อเท็จจริงจาก 3 พฤติกรรมที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ดังกล่าว คือ 1. มีการเข้าช่วยเหลือคนเจ็บทันทีหรือไม่ 2. มีการเข้าจับกุมคนร้ายทันทีหรือไม่ 3. มีพฤติการณ์เก็บรักษาพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุหรือไม่
โดย "ผู้กำกับเบิ้ม" สอบสวนพบว่าได้เข้าให้การช่วยเหลือ "สารวัตรแบงค์" ก่อนย้อนกลับไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่ลืมไว้ที่รถ จากนั้นเมื่อเจอ พันตำรวจโท วศิน ได้รับบาดเจ็บอีกคน จึงช่วยเหลือพาไปส่งโรงพยาบาล ชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมขาดเจตนาในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
เช่นเดียวกับที่ พันตำรวจเอก เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม อธิบายว่า ที่ประชุมพิจารณาจากพฤติการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนถึงผลลัพธ์ ไม่ได้ดูแค่เฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง อย่างตำรวจที่อยู่ในงานเลี้ยง เมื่อเห็นว่ามีเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้น ตนเองมีอาวุธปืนสามารถเข้าระงับเหตุได้แต่ไม่ดำเนินการ ไม่จับกุมคนร้าย หรือไม่ทำสิ่งที่ควรทำ อันนี้ชัดเจนว่าเข้าข่ายความผิดนี้
ส่วนตำรวจที่เข้าช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลตั้งแต่จุดเกิดเหตุ ที่พิจารณาว่าไม่เข้าข่ายกระทำผิด เพราะเป็นการเร่งเข้าให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที แต่ส่วนที่ไปตามสมทบที่โรงพยาบาลภายหลัง ทั้งไม่ได้มีการระงับเหตุ และไม่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในทันที ไม่เป็นการปฏิบัติตามวิสัยที่ตำรวจควรกระทำ จึงพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดดังกล่าว จึงต้องเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา
อย่างไรก็ตาม หลังจากการสอบปากคำและแจ้งข้อหากับตำรวจทั้งหมด ทางพนักงานสอบสวนจะปล่อยตัวทั้งหมดกลับไป เนื่องจาก ตำรวจทั้งหมดได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเอง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงสามารถปล่อยตัวได้โดยที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกอบการยื่นประกันตัว ส่วนพนักงานสอบสวน จะรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนคดีภายใน 30 วัน เพื่อส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดต่อไป