สนามข่าว 7 สี - เมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม ใช้เวลาเข้าควบคุมกว่า 2 ชั่วโมงจึงสงบ ไม่มีผู้ต้องขังได้รับอันตราย ส่วนสาเหตุต้องรอความชัดเจนในวันนี้
ช่วงเวลาเกิดเหตุ ประมาณ 22.30 น. เป็นเหตุเพลิงไหม้แดน 4 ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
จุดเกิดเหตุเป็นอาคารปลูกติดกัน 3 หลัง ซึ่งเป็นแดนฝึกวิชาชีพ เปลวเพลิงได้ลุกไหม้ไปแล้ว 2 อาคาร แต่เจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ยังไม่อนุญาตให้รถดับเพลิงและอาสาสมัครกู้ภัยลาดยาว เข้าไประงับเหตุ แม้แต่ตำรวจ สน.ประชาชื่น เจ้าของพื้นที่รับผิดชอบ ก็ยังเข้าไปไม่ได้ เพราะอยู่ในพื้นที่ควบคุมพิเศษ และยังต้องระมัดระวังในการดูแลผู้ต้องขังกว่า 1,000 คน ภายในเรือนจำฯ อีกด้วย โดยเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นอาคารไม้ที่มีอายุเก่าแก่
ก่อนที่เพลิงจะลุกลามไปอาคารที่ 3 เจ้าหน้าที่เรือนจำได้อนุญาตให้รถดับเพลิงคันใหญ่ 2 คัน เข้าประตูด้านหลัง ส่วนประตูด้านหน้ามีขนาดเล็ก เข้าได้เฉพาะรถเล็กเท่านั้น ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เดินทางไปพร้อมกับ พลตำรวจตรี อรรถพล อนุสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เพื่อไปติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุเป็นอาคารฝึกอาชีพผู้ต้องขังและผลิตเฟอร์นิเจอร์ มีทั้งหมด 3 อาคาร เป็นอาคารไม้เก่าอายุกว่า 50 ปีแล้ว โดยเพลิงเผาผลาญไป 2 อาคาร โดยยืนยันกับญาติผู้ต้องขังว่า ไม่มีใครได้รับอันตรายจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ เนื่องจากเรือนนอนอยู่ห่างไปกว่า 100 เมตร
นอกจากนี้ ยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ สำรวจสภาพอาคารทุกหลัง ที่อยู่ภายในเรือนจำฯ เพื่อดำเนินการซ่อมบำรุง ป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอย โดยยอมรับด้วยว่า ปัจจุบันเรือนจำหลายแหล่งทั่วประเทศ อาคารส่วนใหญ่มีอายุเก่ามาก หลายแห่งที่อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม และบางแห่งก็มีปัญหาผู้ต้องขังล้นคุก จำเป็นต้องให้บูรณาการทั้งหมด แต่การปรับปรุงหรือซ่อมแซม ต้องพิจารณาตามเหมาะสมและเร่งด่วนในแต่ละแห่ง เพราะเป็นการใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ซึ่งในวันนี้ (4 ต.ค.) เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะเข้าตรวจสอบหาสาเหตุว่า เกิดจากสภาพอาคารและสายไฟเก่าหรือไม่