กลุ่มเพื่อนชาย 3 คนหวังดีอาสาไปส่ง "เพื่อนเมายา" กลับบ้าน ระหว่างทางเพื่อนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง หักพวงมาลัยรถ กลุ่มเพื่อนสุดทนคว้าอิฐทุบหัวเพื่อนเมายาดับ
คว้าอิฐทุบหัวเพื่อนร่วมงาสนดับสลด เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 4 ต.ค. ร.ต.อ.ประเสริฐ พูลแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.แสมดำ รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ภายในปั้มน้ำมัน กม.12 ถนนพระราม2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน จึงรายงานผู้บังบัญชา พร้อมประสาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ตร.และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในบริเวณลานจอดรถหน้าห้องของปั้ม พบรถกระบะ สีขาว ที่ด้านข้างรถ พบศพนายจตุพร อายุ 36 ปี ชาว จ.ราชบุรี อาชีพช่างเหล็ก สภาพศพนอนหงายมีบาดแผลบริเวณใบหน้าด้านซ้าย และมีรอยฟกช้ำจากการกระแทกด้วยของแข็ง ด้านขวาที่ลำคอมีร่องรอยถูกรัด จนทำให้ขาดอากาศหายใจ
ส่วนผู้ก่อเหตุมีด้วยกัน 3 คน คือ นายเล็ด อายุ 44 ปี, นายกิตติ อายุ 40และ นายชัยกฤต อายุ 41 ปี โดยทั้ง 3 เป็นชาวสมุทรสงคราม มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง และเป็นเพื่อนร่วมงานกับผู้ตาย รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่าพลั้งมือ ร่วมกันทำร้ายนายจตุพร จนเสียชีวิต นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบของกลางที่ใช้ก่อเหตุเป็นเศษก้อนอิฐบล็อก มีคราบเลือดติดอยู่ หลังก่อเหตุได้นำไปทิ้งไว้ในถังขยะหน้าห้องน้ำปั๊ม และสายไฟ วางอยู่ท้ายกระบะ รวมถึงภายในรถยนต์กระบะคันดังกล่าว พบมีรอยเลือดหยด อยู่ที่บริเวณเบาะรถ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนายกิตติ ซึ่งมีบาดแผลบริเวณนิ้วโป้งขวา และลำตัวมีรอยขีดข่วน ให้การว่าพวกตนเดินทางมาด้วยกัน 4 คน รวมผู้ตาย กำลังเดินทางไปสมุทรสงคราม เพื่อพานายจตุพร ผู้ตายไปส่งบ้าน เพราะนายจตุพร มีอาการหลอนยาไฟว์ไฟว์ ตั้งแต่เมื่อวาน และได้กระโดดลงไปแช่ในคลองจนดึก พวกตนต้องแจ้งตำรวจมาช่วยเหลือ
ต่อมาเมื่อช่วงเช้าพวกตนเอาอุปกรณ์ไปไว้ที่ไซต์งานย่านบางนา แล้วขับขึ้นวงแหวนกาญจนา เพื่อมาลงถนนพระราม 2 โดยขึ้นทางด่วนจากบางนา ขณะที่ขับมา ผู้ตาย มีอาการคลั่งพยายามหักพวงมาลัยรถ พวกตนจึงต้องห้าม แต่ผู้ตายดันมากัดนิ้วโป้งจนตนเองเจ็บจึงให้เพื่อนแวะปั้ม และด้วยความโมโหได้คว้าก้อนอิฐ ข้างทางขึ้นรถทุบหัวผู้ตาย
ส่วนเพื่อนที่ชื่อนายเล็ด ได้เอาสายไฟมารัดคอนายจตุพร จนหมดสติ ส่วนนายชยกฤษ มีหน้าที่ขับรถ เมื่อเห็นว่านายจตุพร ผู้ตายนิ่งนานผิดปกติ จึงจอดรถช่วยกันปฐมพยาบาลแต่ไม่เป็นผล
เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปสอบปากคำเพิ่มเติมก่อนแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และให้ฝ่ายสืบสวนไล่เส้นทางตามกล้องวงจรปิดเพื่อรวบรวมหลักฐาน ส่วนร่างผู้ตายได้ส่งไปชันสูตรหาสาเหตุเพิ่มเติมที่สถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช ก่อนมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป