ห้องข่าวภาคเที่ยง - ศาลออกหมายจับคนใกล้ชิด ที่ต้องสงสัยว่าเป็นคนลงมือฆ่า อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เสียชีวิตภายในบ้านพักซอยวิภาวดีรังสิต 20 พบนำโทรศัพท์มือถือไปตระเวนกดเงินสดนับแสนบาท หลบหนีไปต่างจังหวัด
หลักฐานสำคัญที่ตำรวจนำไปใช้ในการขอศาลออกหมายจับ ชายชาวเมียนมา อายุ 19 ปี หน้าตาดี ที่ต้องสงสัยว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุฆาตกรรม นายวิชิต ชิตวิมาน อายุ 63 ปี อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เสียชีวิตภายในห้องน้ำชั้น 2 ของบ้านทาวน์โฮม 3 ชั้น ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในซอยวิภาวดีรังสิต 20 นอกจากของกลางที่ตกหล่นในที่เกิดเหตุ จะมีภาพวงจรปิดที่เห็นชายคนนี้สวมเสื้อแขนยาวออกจากบ้านหลังนี้ไปเมื่อตอน 03.00 น. ของวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ในมือมีถุงใบใหญ่ 1 ใบ พกติดตัวไปด้วย ไปเรียกรถแท็กซี่ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านเดินทางออกไป รวมถึงพยานหลักฐานในทางคดีอื่น ๆ ซึ่งศาลพิจารณาแล้ว ก็อนุญาตออกหมายจับผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าว ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
พลตำรวจตรี นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตได้มาอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เริ่มมีคนที่พยายามติดต่อหาผู้ตาย แล้วติดต่อไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน เยาวชนชายที่เชิญมาให้ข้อมูลเมื่อวาน ไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ประกอบกับการตรวจสอบภาพวงจรปิดหลังที่เกิดเหตุ เชื่อได้ว่าคนที่ลงมือเป็นชายชาวเมียนมาที่ถูกว่าจ้างให้เข้าไปทำงานในบ้าน ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน คาดว่าแรงจูงใจสำคัญเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน เนื่องจากพบว่าในบ้านหลังเกิดเหตุมีทรัพย์สินสูญหาย เป็นโทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต ส่วนสร้อย แหวน นาฬิกาข้อมือ กำลังตรวจสอบยืนยันว่าสูญหายหรือไม่ นอกจากนี้ยังพบว่าหลังเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง ปรากฏมีความเคลื่อนไหวบัญชีการเงิน จากการเบิกถอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มในห้างสรรพสินค้าหลักแสนบาท ซึ่งวันนี้จะให้ชุดสืบสวนไปขอให้ธนาคารผู้ให้บริการตรวจสอบยืนยันว่ามีการเบิกถอนเงินไปกี่ครั้ง รวมจำนวนเท่าไร ก่อนจะหลบหนีไปต่างจังหวัด
ส่วนข้อมูลที่พบว่า ผู้ต้องสงสัยโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว มีข้อความว่า "bye bye Thailand" ยังไม่ปักใจเชื่อว่าผู้ก่อเหตุจะเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว เชื่อว่าน่าจะยังกบดานตัวอยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งได้ให้ฝ่ายสืบสวนไปติดตามจับกุมตัวแล้ว
ส่วนที่ สน.สุทธิสาร เช้าวันนี้ ตำรวจ นำวัตถุพยานต่าง ๆ ที่เก็บได้จากบ้านที่เกิดเหตุ เช่น กล่องลังกระดาษที่ใช้ในการอำพรางศพ, มีดทำครัวเปื้อนเลือด 2 เล่ม และพยานหลักฐานแวดล้อมอื่น ๆ ขึ้นรถไปส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานนำไปใช้ตรวจหาหลักฐาน DNA และลายนิ้วมือแฝง เพื่อเทียบเคียงยืนยันว่าผู้ก่อเหตุคือคนคนเดียวกับผู้ต้องสงสัยที่ถูกศาลออกหมายจับหรือไม่ ก่อนจะนำผลการตรวจพิสูจน์ มาประกอบในสำนวนคดีต่อไป