เดินหน้าแจกดิจิทัลวอลเล็ต ใช้เงินแค่ 5 แสนล้าน สร้างเศรษฐกิจ

เดินหน้าแจกดิจิทัลวอลเล็ต ใช้เงินแค่ 5 แสนล้าน สร้างเศรษฐกิจ

View icon 125
วันที่ 10 ต.ค. 2566 | 09.58 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เดินหน้าแจก-ไม่เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายคนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป ดิจิทัลวอลเล็ต ใช้เงินแค่ 5 แสนล้าน สร้างเศรษฐกิจ หรือจะให้อยู่เฉยๆ "จนถาวร" หมอมิ้งชี้เศรษฐกิจไทยโตช้ากว่าประเทศอื่น ต้องกระตุ้นทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

วันนี้ (10 ต.ค.66) นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโครงการดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ว่าเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลหวังว่าจะให้เศรษฐกิจดีขึ้น เพราะตอนนี้มีหลายประเทศที่ฟื้นตัวด้านเศรษฐกิจเกินหน้าประเทศไทยไปแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยยังค่อยค่อยขยับอย่างช้าๆ การเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ผ่านมา ไม่เป็นไปตามเป้าที่คาดการณ์ไว้

“เศรษฐกิจไทยไม่ได้ดีขึ้น เห็นได้จากการเงินการคลัง จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และอัตราเงินเฟ้อในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา จาก ร้อยละ5 เหลือ ร้อยละ 0.3 นั่นคือความต้องการน้อยลง แต่อัตราดอกเบี้ยเพิ่มไปถึง ร้อยละ 2.5 ภาระต่างๆ จึงตกอยู่ที่ประชาชน เป็นหนี้สิน และต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น ดังนั้นมาตรการที่สำคัญจึงต้องมีเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์”

นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ที่มาช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน แม้จะมีมาตรการลดราคาพลังงานไปแล้ว วานนี้ ( 9 ต.ค.66) กระทรวงการคลังได้ชี้แจงไปแล้ว ถือเป็นการแถลงครั้งใหญ่ ชี้ให้เห็นว่า ภารกิจครั้งใหญ่ในการทำให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งปัญหาประชาชนจะแก้อย่างไรนั้น เป็นความท้าทายของรัฐบาลนี้ หรือจะให้อยู่เฉยๆ แล้ว “จนถาวร”

ส่วนความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนเป้าหมาย ให้ใช้กับกลุ่มเปราะบาง นพ.พรหมินทร์ ย้ำว่า กว่าร้อยละ 90 ทุกคนเป็นหนี้ ดังนั้นจึงต้องให้ความเท่าเทียมกัน คนที่มีรายได้มาก เมื่อซื้อของก็ต้องมีการสมทบและใช้จ่ายเพิ่ม ดังนั้นความแตกต่างในแต่ละกลุ่ม จึงต้องไปดูในรายละเอียด ยืนยันว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการจ่ายเงินดิจิทัลให้กลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป

หลักการสำคัญของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต คือการให้ประโยชน์กับทุกคน มีการเตรียมพร้อม การจัดการ รวมถึงดูข้อจำกัดด้านกฎหมาย และการบริหารการเงิน ว่าจะทำอย่างไร จากประวัติที่ผ่านมา รัฐบาลพรรคไทยรักไทย ทำให้ประเทศไทยใช้คืนหนี้ไอเอ็มเอฟได้ก่อนครบกำหนด 2 ปี ในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็บริหารงบประมาณอย่างสมดุล และรัฐบาลนี้ให้ความสำคัญในเรื่องวินัยการเงินการคลัง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้ครอบคลุมทุกกลุ่มตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เป็นสิทธิเท่ากันที่จะนำไปใช้ ส่วนคนที่ไม่ใช้ก็ไม่เป็นไร เป็นสิทธิของแต่ละคนจะใช้หรือไม่ใช้

ส่วนกรณีที่นักวิชาการมองว่าโครงการนี้จะซ้ำรอยกับ โครงการรับจำนำข้าว นพ.พรหมินทร์ ยืนยันว่า รัฐบาลที่ผ่านมา กู้เงิน 1.5 ล้านล้านบาท แต่โครงการนี้ใช้ 560,000 ล้านบาท จึงเป็นการใช้ เงินอย่างระมัดระวัง และเม็ดเงินที่ลงไปเป็นการทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต