จับตาโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต

View icon 133
วันที่ 19 ต.ค. 2566 | 05.15 น.
เช้าข่าว 7 สี
แชร์
เช้าข่าว 7 สี - วันนี้ (19 ต.ค.) น่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับที่มาที่ไป และการใช้เงินดิจิทัลฯ เนื่องจากคณะทำงานจะมีการประชุมกันเป็นครั้งที่ 2 หลังจากได้มอบการบ้านให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ ท่ามกลางกระแสคัดค้านที่ยังมีมาต่อเนื่อง

จับตาโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต
โดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เผยว่า วันนี้ (19 ต.ค.) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีการประชุมพิจารณาเรื่องของผู้ทำระบบเติมเงิน เป็นลักษณะ e-Money ที่มีเงื่อนไขผ่านทางกระเป๋าเงินดิจิทัล ส่วนกรรมการที่เป็นตำรวจ มอบหมายให้ไปดูเรื่องป้องกันการโกง การทุจริต ส่วนกระทรวงมหาดไทย ช่วยรวบรวมร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

ส่วนข้อเสนอแนะจากหลายฝ่าย พร้อมรับมาพิจารณา โดยเฉพาะการขยายขอบเขตจากรัศมี 4 กิโลเมตร ซึ่งอาจจะเป็นการใช้จ่ายในอำเภอ หรือ ตำบล ซึ่งจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้ด้วย รวมทั้ง จะมีการพิจารณาเรื่องแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ ก็จะต้องได้ข้อสรุป และรายงานกลับมาที่ตนในวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคมนี้ ก่อนนำไปเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบาย หรือ คณะกรรมการชุดใหญ่ ที่จะประชุมในวันที่ 24 ตุลาคมต่อไป

"หมอวรงค์" เตือน รัฐบาลเศรษฐา ระงับโครงการแจกเงิน
เรื่องนี้ ล่าสุด นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ก็ได้เข้าร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้เสนอเรื่องนี้ต่อศาลปกครอง เพื่อระงับโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ของรัฐบาล เพื่อป้องกันความเสียหายของระบบการเงินการคลังของประเทศไทย ในอนาคต พร้อมสรุปสาเหตุที่ต้องออกมาคัดค้านรวม 7 ข้อ ด้วยกัน อาทิ การแจกเงินแบบหว่านแห สร้างความไม่เป็นธรรมในสังคม เศรษฐกิจประเทศกำลังฟื้นตัว ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาลอัดฉีด โครงการนี้อาจทำให้รัฐเสียโอกาสนำเม็ดเงินก้อนโตไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และอาจจะก่อให้เกิดภาระหนี้ ในช่วงที่ดอกเบี้ยสูง รวมถึงสัดส่วนหนี้สาธารณะก็จะสูงขึ้นไปด้วย รวม ๆ จะเกิดผลเสีย มากกว่าผลดี ห่วงว่า จะกลายเป็นการฟอกเงินครั้งใหญ่ หรืออุ้มคนรวย โดยเอาคนจนมาบังหน้า เช่นเดียวกับโครงการรับจำนำข้าว สมัยรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์"

"พิสิฐ ลี้อาธรรม" แซะรัฐบาล "ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ"
ด้าน นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต สส. และประธานนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ รู้สึกเสียดายงบประมาณ 560,000 ล้านบาท หากนำมาแจกคนยากจน ประมาณ 10 ล้านคน เป็น 100,000 ล้านบาท ยังพอรับได้ แต่ดูเหมือนรัฐบาลกำลัง "ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ" เพราะคนชั้นกลาง หรือ เศรษฐี ก็มีโอกาสได้เงินส่วนนี้ด้วย มองว่าเงินงบประมาณก้อนโต หากนำไปสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ด้วยงบประมาณเพียงกว่า 400,000 ล้านบาท คนไทยจะได้ประโยชน์อีกหลายสิบปี

แต่งบประมาณส่วนนี้กลับมาใช้หมดภายในเวลาไม่กี่วัน ด้วยเหตุผลว่าได้หาเสียงไว้แล้ว และจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบแหล่งที่มาของเงิน หากจะนำเงินธนาคารออมสินมาใช้ เงินดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นของนักเรียนที่ส่งเสริมให้เด็กออมเงิน แปลว่ารัฐบาลนี้ทำตัวอย่างที่ไม่ดี คือนำเงินมาแจกให้บริโภค เป็นเรื่องย้อนแย้งกัน