สาวแสบดูแลผู้สูงอายุ แอบฉกบัตรเอทีเอ็มกดเงินกว่า 500,000 บาท

สาวแสบดูแลผู้สูงอายุ แอบฉกบัตรเอทีเอ็มกดเงินกว่า 500,000 บาท

View icon 258
วันที่ 3 พ.ย. 2566 | 15.43 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
หาคนดูแลผู้สูงอายุต้องระวัง สาวแสบดูแลผู้ป่วยสูงอายุ ก่อนฉกบัตรเอทีเอ็มกดเงินกว่า 500,000 บาท เล่นพนันออนไลน์เกลี้ยง

ดูแลผู้สูงอายุ (3 พ.ย.2566) ตำรวจกองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.ต.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจับกุม น.ส.อุบลรัตน์ฯ หรือ แพร อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านของผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

โดยก่อนเกิดเหตุ บิดาของผู้เสียหาย อายุ 81 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ครอบครัวจึงจ้างบริษัทแห่งหนึ่งที่ให้บริการจัดส่งคนมาดูแลคนป่วย โดยช่วงประมาณเดือนสิงหาคม 2566 บริษัทดังกล่าวได้ส่ง น.ส.อุบลรัตน์ฯ หรือ แพร ผู้ต้องหาในคดีนี้มาดูแลบิดาผู้เสียหาย และพักอาศัยอยู่ที่บ้านของผู้เสียหาย

กระทั่งเมื่อประมาณวันที่ 19 ตุลาคม 2566 น้องสาวของผู้เสียหายได้นำบัตรเอทีเอ็มของบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากของบิดาผู้เสียหายไปกดเงินสด จำนวน 1,700 บาท เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่าย แต่ปรากฏว่าไม่สามารถถอนเงินได้เนื่องจากมีเงินในบัญชีไม่พอ ทั้งที่ความจริงแล้วเงินในบัญชีเงินฝากมีอยู่ถึงประมาณ 700,000 บาท ผู้เสียหายจึงได้แจ้งเรื่องไปยังธนาคารกรุงศรีอยุธยาเพื่อขอตรวจสอบ จึงทราบว่าระหว่างเดือนกันยายน 2566 ถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ได้มีรายการเดินบัญชีถอนเงินออกจากบัญชีโดยที่ฝ่ายผู้เสียหายและบุคคลในบ้านไม่ได้เป็นผู้ทำการถอนเงิน จึงเชื่อว่าจะต้องมีคนร้ายทำการนำบัตรเอทีเอ็มของบิดาผู้เสียหายไปทำการถอนเงิน จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง พร้อมทั้งประสานงาน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ให้ช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

ต่อมา กก.1 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนทราบว่า ในการกระทำผิดผู้ต้องหาได้ลักเอาบัตรเอทีเอ็มของบิดาผู้เสียหายไปกดถอนเงินและโอนเงินไปยังบัญชีอื่น โดยไปทำธุรกรรมทางการเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขารัชดาภิเษก ห้วยขวาง, สาขา เทียมร่วมมิตร ต่อเนื่องต่างกรรมต่างวาระ เกิดมูลค่าความเสียหายกว่า 5 แสนบาท ซึ่งในการถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มนั้น มีภาพจากล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพของผู้ต้องหาในขณะก่อเหตุไว้ได้ เชื่อว่าผู้ก่อเหตุคือ น.ส.อุบลรัตน์ฯ จริง จึงสรุปรายงานการสืบสวนมอบให้พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ประกอบสำนวนการสอบสวนในคดีนี้ต่อไป จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา

จากนั้นเจ้าหน้าที่ ได้นำหมายจับศาลอาญา จับกุม น.ส.อุบลรัตน์ฯ ที่บ้านของผู้เสียหาย โดยสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพว่า อยากมีเงินใช้เยอะ ๆ ประกอบกับเคยเล่นพนันออนไลน์แล้วได้ผลตอบแทนดี โดยขณะที่ดูแลบิดาผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้สูงอายุป่วยติดเตียงนั้น ได้ทราบรหัสผ่านบัญชีธนาคารของบิดาผู้เสียหาย จึงกดเงินสดจากบัญชีของบิดาผู้เสียหายเพื่อนำไปเล่นพนันออนไลน์ ต่อมาเล่นพนันเสียอย่างต่อเนื่อง จึงได้ลักลอบเข้าแอปพลิเคชันธนาคารดังกล่าว แล้วทยอยโอนเงินเข้าบัญชีเว็บพนัน เพื่อเล่นพนันออนไลน์ จนเงินในบัญชีธนาคารของบิดาผู้เสียหายหมด แต่สุดท้ายเงินที่ลักมาเล่นพนันออนไลน์หมดไป เนื่องจากเสียพนัน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหามาทำบันทึกการจับกุมที่ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ก่อนจะนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอเตือนภัย การดูแลญาติผู้ใหญ่ที่เป็นผู้สูงอายุ หากมีความจำเป็นต้องให้บุคคลภายนอกมาช่วยดูแล ลูกหลานต้องช่วยกันสอดส่อง อย่าไว้วางใจบุคคลภายนอก ต้องระวัง ไม่จดรหัสผ่านเข้าแอปพลิเคชันธนาคาร ไว้ในที่ที่บุคคลอื่นสามารถมองเห็น หรือ เข้าถึงได้