ชัชชาติ ร่วมตรวจสอบด้วยตัวเอง กทม.-กรมทางหลวง ตรวจจับรถสิบล้อขนดินน้ำหนักเกิน ขณะขนดินจากไซต์งานไปถมที่ย่านปริมณฑล

ชัชชาติ ร่วมตรวจสอบด้วยตัวเอง กทม.-กรมทางหลวง ตรวจจับรถสิบล้อขนดินน้ำหนักเกิน ขณะขนดินจากไซต์งานไปถมที่ย่านปริมณฑล

View icon 1.6K
วันที่ 10 พ.ย. 2566 | 07.43 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กลางดึกวันที่ 9 พ.ย. 66 เวลา 23.00 น. นายอุทัย ยอดสวัสดิ์ วิศวการโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักงานก่อสร้างและบูรณะ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร พร้อมเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง สนธิกำลังตรวจสอบรถบรรทุกน้ำหนักเกินที่บริเวณถนนเทพรักษ์ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. พบรถบรรทุกสิบล้อ 2 คันต้องสงสัยบรรทุกน้ำหนักเกิน

คันแรกเป็นรถบรรทุกสิบล้อ ทะเบียน 84-2615 สมุทรปราการ มี นายประพันธ์ อายุ 56 ปี เป็นคนขับ และคันที่ 2 ทะเบียน 84-2613 สมุทรปราการ มี นายสังวาลย์ อายุ 59 ปี เป็นคนขับ จากการชั่งน้ำหนักพบว่าทั้ง 2 คันบรรทุกดินน้ำหนักเกิน โดยมีบรรทุกดินคันแรกน้ำหนัก 34 ตัน และคันที่ 2 หนัก 28 ตัน

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ทั้งสองคนได้ขับรถบรรทุกดินมาจากไซต์งานก่อสร้างในกรุงเทพฯ เพื่อนำไปถมที่ดินในไซต์งานก่อสร้างย่านปริมณฑล จึงคุมตัวผู้ขับขี่รถทั้งสองคนและของกลางรถบรรทุก 2 คัน ส่ง พ.ต.ต.กันตพัฒน์ ประเศรษฐสุต สว.(สอบสวน) สน.บางเขน ดำเนินคดี พร้อมรายงานให้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทราบ

ต่อมาเวลา 00.05 น. วันที่ 10 พ.ย. 66 นายชัชชาติ ได้มาตรวจสอบรถบรรทุกดินทั้ง 2 คัน พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า หลังเกิดเหตุรถบรรทุกดินน้ำหนักเกิน ทำให้พื้นถนนทรุดตัวที่ถนนสุขุมวิท ทางกรุงเทพมหานครได้ร่วมกับกรมทางหลวง สนธิกำลังกันเพื่อตรวจสอบสกัดจับกุมรถที่บรรทุกน้ำหนักเกิน โดยขณะที่กำลังตรวจสอบบริเวณถนนเทพรักษ์ เจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัย 2 คัน จึงทำการเรียกตรวจและชั่งน้ำหนัก พบว่ามีการบรรทุกเกินที่กฎหมายกำหนด จึงควบคุมและยึดรถไว้ส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ทำการสอบสวนเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ทางหลวง มาตรา 61 ข้อหา บรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด มีโทษปรับ 1,000 บาท ซึ่งต้องยึดรถไว้ก่อน

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า การจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพมหานครทำการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน เป็นการทำงานแบบไร้รอยต่อ ร่วมกันกับทางกรมทางหลวง และตำรวจ พร้อมที่จะรับดำเนินคดี จากนี้จะต้องดูแลในเรื่องความปลอดภัยจากการบรรทุกน้ำหนักเกิน รวมถึงฝุ่น PM 2.5 ตนสงสารคนขับที่หาเช้ากินค่ำ เขามีเพียงหน้าที่ขับรถเท่านั้น ต้องฝากถึงเจ้าของรถด้วยว่า มันเป็นบาปกรรม ที่ความผิดมาลงอยู่ที่คนขับ ทั้งที่เป็นเพียงคนรับจ้าง ต่อไปจะต้องมีการเพิ่มโทษเพื่อดำเนินคดีกับทางเจ้าของรถด้วย