สุ่ม 2 คัน เจอ 2 คัน รถบรรทุกน้ำหนักเกิน

View icon 100
วันที่ 10 พ.ย. 2566 | 11.04 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - กรุงเทพมหานคร และกรมทางหลวง ลุยจับรถบรรทุกน้ำหนักเกิน โดนแล้ว 2 คัน น้ำหนักเกินที่กฎหมายกำหนด

สุ่ม 2 คัน เจอ 2 คัน รถบรรทุกน้ำหนักเกิน
ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา กทม. และกรมทางหลวง ตั้งด่านตรวจรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ที่ถนนเทพรักษ์ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับรถบรรทุกน้ำหนักเกินได้ 2 คัน

โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางมาที่ สน.บางเขน เพื่อติดตามผลการจับกุม โดยทราบว่า เจ้าหน้าที่ได้เรียกตรวจรถบรรทุกต้องสงสัย 2 คัน ที่บรรทุกดินจากไซต์งานก่อสร้าง ย่านถนนเทพรักษ์ เตรียมนำไปเทแถว ๆ ปริมณฑล

แต่เมื่อรถบรรทุกทั้ง 2 คัน เข้าชั่งน้ำหนัก พบว่า คันแรกชั่งได้ 34 ตัน ส่วนคันที่ 2 ชั่งได้ 28 ตัน ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ 25 ตัน จึงควบคุมตัวคนขับรถบรรทุก 2 คน ส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ในข้อหาบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยในชั้นสอบสวนตำรวจให้คนขับรถบรรทุกจ่ายค่าปรับคนละ 1,000 บาท และให้ประกันตัวโดยให้วางเงินคนละ 20,000 บาท

ผู้ว่าฯ กทม. สั่ง 50 เขต ลุยตรวจไซต์งานก่อสร้าง
โดย ผู้ว่าฯ กทม. สั่งทุกเขตสแกนทุกไซต์งานก่อสร้าง ทางเขตพระนคร และตำรวจ สน.ชนะสงคราม ลงพื้นที่กำชับผู้รับเหมาก่อสร้าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ช่วงสถานีบางขุนพรหม ให้มีการตรวจสอบการขุดดินใส่รถบรรทุกอย่างละเอียด ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน กำหนดปริมาตรดินจากกระบะขึ้นสู่รถบรรทุก ให้อยู่ปริมาณ 3 ใน 4 ของกระบะรถบรรทุก และใช้ผ้าปิดคลุมให้เรียบร้อย ไม่ให้ใส่จนล้นกระบะ เพื่อให้ได้น้ำหนักที่เหมาะสม เมื่อรวมกับน้ำหนักรถแล้วต้องไม่เกิน 25 ตัน

กรณีประชาชนพบเห็นรถบรรทุกน้ำหนักเกิน สามารถแจ้งมายัง Traffy Fondue ทาง กทม. จะส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจลงพื้นที่จับกุมผู้กระทำผิดส่งดำเนินคดี โดย 5 พื้นที่ ที่ได้รับร้องเรียนมากสุด คือ เขตบางนา, เขตคลองสามวา, เขตลาดกระบัง, เขตบางขุนเทียน และเขตคลองเตย

วิศวกร ชี้ 3 สาเหตุทำฝาบ่อพักพัง
นอกจากปัญหาบรรทุกน้ำหนักเกิน ทางฝั่งนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย นายอมร พิมานมาศ ก็ได้วิเคราะห์สาเหตุการทรุดตัวของของฝาบ่อพักชั่วคราว เพิ่มอีก 2 แนวทาง ที่น่าสนใจ คือ โครงสร้างรองรับฝาบ่อ ซึ่งเป็นคานเหล็กตัวไอ และมีการใช้เหล็กข้ออ้อยทำเป็นตัวบั้งข้างคาน ต้องตรวจสอบว่าคานเหล็กดังกล่าวรับน้ำหนักบรรทุกได้เท่าไร และการใช้เหล็กข้ออ้อยทำเป็นตัวบั้งติดข้างคาน เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่

รวมทั้งขั้นตอนการทำงานและใช้งานคานเหล็ก ตำแหน่งการวาง เพราะมีส่วนเวลารถวิ่งผ่านอาจเกิดการขยับของฝาบ่อ แล้วทำให้คานเหล็กเคลื่อนออกจากตำแหน่ง หรือเกิดจากการเยื้องศูนย์ของแรงกระทำ ก็อาจทำให้คานเหล็กบิดตัวได้ และทำให้ฝาบ่อสูญเสียจุดรองรับ และพังทรุดตัวตามลงมา

ตรงนี้คือ เป้าหมายเชิงลึกที่ต้องสรุปกันให้ชัด แนะนำเร่งตรวจสอบความแข็งแรงของฝาบ่อพักที่เหลือ และเสริมความแข็งแรงโครงสร้างรองรับฝาบ่อ และปรับปรุงให้ถูกต้อง และกำหนดอัตราความปลอดภัยให้สูงขึ้น และเข้มงวดป้องกันการบรรทุกน้ำหนักเกิน และหมั่นตรวจสอบเป็นระยะ จะช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้ถนนได้

ความเสียหายรถบรรทุกน้ำหนักเกิน
ความเสียหายกรณีรถบรรทุกน้ำหนักเกิน จะส่งผลให้ถนนและสะพานชำรุดก่อนถึงอายุการใช้งานเร็วขึ้น โดยเฉลี่ยถนนคอนกรีตจะมีอายุการใช้งานประมาณ 30 ปี ส่วนถนนแอสฟัลต์มีอายุการใช้งาน 7 ปี ก็จะต้องซ่อมเร็วขึ้น เนื่องจากถนนมีการออกแบบมารองรับน้ำหนักรถบรรทุกเพียงแค่ 21-25 ตัน เท่านั้น แต่พบว่า รถบรรทุกบางคันบรรทุกน้ำเกินกว่ากฎหมายกำหนด ประมาณ 80-100 ตัน

อย่างไรก็ตาม ปัญหารถบรรทุกบรรทุกน้ำหนักเกิน ยังส่งผลให้ภาครัฐต้องจ่ายค่าซ่อมบำรุงถนนทั่วประเทศ ทั้งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และท้องถิ่น มากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี

ส่วนที่ สน.พระโขนง วันนี้ก็ยังมีการประชุมหารือความคืบหน้าการสืบสวนหาข้อเท็จจริง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องส่วยสติกเกอร์ โดย พันตำรวจเอก โอภาส หาญณรงค์ ผู้กำกับการ สน.พระโขนง ยืนยันว่า ได้มีการดำเนินคดีกับคนขับรถบรรทุกคันที่ตกลงไปในท่อร้อยสายไฟแล้ว ใน 2 ข้อหา ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหาย และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยภาพคลิปวิดีโอว่าในช่วงกลางดึกของคืนวันเกิดเหตุ มีคนงานนำถังแกลลอนมาถ่ายน้ำมันออกจากรถบรรทุกคันเกิดเหตุที่จอดไว้ตรงข้าม สน.พระโขนง นั้น ฝ่ายสืบสวนได้ติดตามตัวบุคคลในคลิปมาสอบปากคำแล้ว ให้การว่า ได้รับคำสั่งมาให้ถ่ายน้ำมันออกจากถัง เนื่องจากตัวถังได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ จึงเกรงว่าน้ำมันอาจรั่วจนเกิดอันตราย ซึ่งบุคคลดังกล่าวก็ได้นำน้ำมันของกลางมาส่งคืนให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว ไม่มีเจตนาจะอำพรางทำให้น้ำหนักรถลดลง จึงยังไม่มีการแจ้งข้อหา

ขณะที่ พลตำรวจตรี พัลลภ แอร่มหล้า รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ได้เรียกเจ้าของรถบรรทุกให้มาให้การกับตำรวจภายในวันนี้ เพื่อขยายผลว่ามีส่วนรู้เห็นกับการสั่งให้รถบรรทุกน้ำหนักเกินหรือไม่ หรือมีเจตนาสั่งการเคลื่อนย้ายทำลายหลักฐานหรือไม่ ส่วนรถอีกประมาณ 6-7 คัน ของเจ้าของรถยังไม่ได้มีคำสั่งห้ามวิ่ง แต่เนื่องจากกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทางตำรวจก็จะจับตาเป็นพิเศษ

ขณะที่ พลตำรวจโท ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งให้จเรตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบสืบสวนในเรื่องนี้ โดยทางตำรวจนครบาลจะทำงานร่วมกับจเรตำรวจแห่งชาติในการช่วยหาพยานหลักฐาน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุ   

อย่างไรก็ตาม รถบรรทุกโดยทั่วไปได้มีการติดสติกเกอร์กันเป็นปกติอยู่แล้วเพื่อจุดประสงค์ต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า สติกเกอร์ที่พบนี้ติดเพื่ออะไร หากพบว่าเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย และหากใครที่ออกมาเปิดเผยว่าสติกเกอร์นี้เป็นส่วย ก็ขอให้นำข้อมูลหลักฐานมาให้กับตำรวจ หากไม่จริงก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเองด้วย