ดิจิทัลวอลเล็ต ศรีสุวรรณจ่อร้อง กกต.สอบเพื่อไทย-เศรษฐา กู้มาแจกไม่ตรงปก เข้าข่ายหลอกลวง จูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือไม่
เงินดิจิทัล (14 พ.ย.66) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า หลังการออกมาเปิดเผยถึงแหล่งที่มาของโครงการดิจทัลวอลเล็ต ซึ่งเมื่อวันที่ 10 พ.ย.66 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและสาธารณะว่าจะออก “พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท” เพื่อนำมาแจกประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป และมีรายได้ไม่เกิน 7 หมื่นบาท/เดือน และมีเงินฝากไม่เกิน 5 แสนบาท อันไม่เป็นไปตามการโฆษณาหาเสียงและไม่เป็นไปตามเอกสารการชี้แจงที่ให้ไว้ต่อ กกต.แต่อย่างใด
กรณีดังกล่าว อาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ตาม ม.73(5)(1) ประกอบ ม.159 ของ พรป.ว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้ง สส.2561 หรือไม่ ซึ่งอาจเข้าข่ายการหาเสียงเลือกตั้งที่เป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ จึงเป็นหน้าที่และอำนาจของ กกต.ที่จะต้องดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนตาม ม.224 ประกอบ ม.226 และเสนอเรื่องไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษาลงโทษตามครรลองของกฎหมายต่อไป
วันพรุ่งนี้ (15 พ.ย.66) นายศรีสุวรรณ จะยื่นร้องต่อ กกต.ให้ดำเนินการตรวจสอบ เพื่อให้เป็นรรทัดฐานของการหาเสียงของทุกพรรคการเมืองในอนาคตว่าจะมามั่วเพื่อหลอกประชาชนเพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงไม่ได้
สำหรับกรณีดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท พรรคเพื่อไทย มีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่อง การกำหนดนโยบายที่ใช้ในการประกาศโฆษณาของพรรคเพื่อไทย ตามที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 57 เกี่ยวกับกำหนดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ผ่านเทคโนโลยี Blockchain วงเงิน 560,000 ล้านบาท ซึ่งในเอกสารดังกล่าว รวมทั้งการโฆษณาหาเสียงและการให้สัมภาษณ์หรือการแถลงชี้แจงนโยบายของพลพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะนายเศรษฐา ทวีสิน ขณะนั้นเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย ต่างยืนยันต่อสาธารณะและสื่อมวลชนมาโดยตลอดว่านโยบายแจกเงินดังกล่าว “ไม่มีการกู้เงิน” มาใช้จ่ายในนโยบายดังกล่าวโดยเด็ดขาด ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากเชื่อมั่น จึงไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้กับพรรคเพื่อไทย