ข่าวภาคค่ำ - สองพ่อลูกนายทุนนำเข้าหมูเถื่อน ที่เข้ามอบตัวกับ DSI รับว่า ยอมจ่ายเงินให้กับบริษัทชิปปิงเอกชน ราคาตู้คอนเทนเนอร์ละ 30,000 บาท เป็น "ค่าเคลียร์ของ" ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ
หลังจากเมื่อวานนี้ นายวิรัช ภูริฉัตร กรรมการ บริษัท เว้ลท์ซี่ แอนด์ เฮ็ลธ์ซี ฟูดส์ จำกัด (WEALTY & HEALTHY FOODS CO.,LTD.) และ บริษัท เดอะ กู๊ด ช็อป จำกัด (THE GOOD SHOP CO.,LTD) พร้อมด้วย นายธนกฤต ภูริฉัตร บุตรชาย เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อรับทราบข้อหาร่วมกันลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ซึ่งหลังสอบปากคำ พนักงานสอบสวนได้ให้ประกันตัวไป
ซึ่งจากการสอบสวน ทั้ง 2 คน ให้การรับว่า ได้จ่ายเงินให้กับบริษัทชิปปิงเอกชน 2 แห่ง นำเข้าหมูเถื่อน จำนวน 33 ตู้คอนเทนเนอร์ จาก 161 ตู้ ที่กรมศุลกากรมีการตรวจยึดไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง สอดรับกับคำให้การของกลุ่มชิปปิงเอกชนที่ดีเอสไอได้จับกุมไปแล้ว เพราะก่อนหน้านี้บริษัทชิปปิงเอกชนได้มีการซัดทอดว่า เนื้อหมูแช่แข็งที่นำเข้ามานั้นมีนิติบุคคลเป็นผู้สั่งให้นำเข้าหลายบริษัท ซึ่งหนึ่งในกลุ่มนายทุนก็คือผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้ ขณะที่คำให้การของสองพ่อลูก ระบุว่า มีเงินส่วนหนึ่งที่ได้จ่ายให้กับ 2 บริษัทชิปปิงเอกชน โดยเป็นเงินที่เรียกว่า "ค่าเคลียร์ของ" ซึ่งยอดเงินนั้น บริษัทชิปปิงเอกชนเรียกเงินตกตู้ละ 30,000 บาท 33 ตู้ ก็ตกเป็นเงินเกือบ 1 ล้านบาท และชิปปิงเอกชนจะรับหน้าที่ในการจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ
และเมื่อได้รับสินค้ามาก็จะกระจายส่งไปยังห้างสรรพสินค้า หรือ ศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ โดยกรณีของผู้ต้องหาทราบว่าได้กระจายเนื้อหมูส่งไปยังผู้สั่งซื้อหลายสิบราย ซึ่งมีลักษณะเป็นศูนย์กระจายสินค้า ไม่ใช่เขียงหมูตามตลาดนัดทั่วไป โดย ดีเอสไอ มีข้อมูลทั้งหมดแล้ว ซึ่งจะต้องเรียกมาสอบถามชี้แจงตามขั้นตอน ยืนยันว่าพร้อมให้ความเป็นธรรม