ล่าโจรรุ่นใหญ่ ตีซี้หลอกขายเบียร์ราคาถูก สูญเงินครึ่งแสน

ล่าโจรรุ่นใหญ่ ตีซี้หลอกขายเบียร์ราคาถูก สูญเงินครึ่งแสน

View icon 156
วันที่ 28 พ.ย. 2566 | 17.41 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ล่าตัวโจรรุ่นใหญ่ แต่งตัวดีมีภูมิฐาน ตีซี้เป็นเพื่อนเจ้าของร้าน หลอกขายเบียร์ยี่ห้อดังในราคาถูก โดยให้จ่ายเงินสดก่อน 50,000 บาท ถึงจะเอาสินค้าออกมาได้ พอได้รับเงิน เดินหนีหายทันที
         
หลอกขายเบียร์ สูญเงินครึ่งแสน  วันนี้ (28 พ.ย.66)  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังร้านค้าที่เกิดเหตุ เปิดเป็นร้านค้าปลีกและค้าส่ง พบกับนายสมชาย อายุ 60 ปี และนางสาวสุรีย์ฉาย อายุ 26 ปี พ่อลูกซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้าและร้านซ่อมรถ ได้พาผู้สื่อข่าวเดินสำรวจดูภายในร้าน

โดยนางสาวสุรีย์ฉาย เล่า วันเกิดเหตุขณะที่ตนเองและแฟนกำลังเปิดร้านขายของตามปกติ ได้มีชายอายุประมาณ 60 ปี แต่งกายดูดีมีภูมิฐาน ลักษณะตามภาพวงจรปิด ได้เข้ามาถามหาพ่อของตนเองที่ร้าน โดยถามว่า “สมชายอยู่ไหม” ซึ่งลักษณะการพูดเหมือนกับสนิทสนมกับพ่อมาก และตนเองก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพื่อนของพ่อ ตนเองจึงบอกชายรายดังกล่าวว่า พ่ออยู่ร้านซ่อมรถฝั่งตรงข้าม จากนั้นชายรายนี้ ถามสนใจซื้อเบียร์ในราคาถูกหรือไม่ เสนอขายให้ในราคาลังละ 600 บาท โดยมีสินค้าขายให้จำนวนกว่า 80 ลัง ซึ่งเป็นเบียร์ที่เจ้านายของเขาได้มาเป็นของขวัญปีใหม่จากภาคเอกชน กลัวว่าจะหมดอายุก่อนจึงต้องการนำมาขายในราคาถูก ตนเองเห็นว่า เครื่องดื่มที่ร้านกำลังจะหมดพอดี ประกอบกับราคาที่ชายรายนี้เสนอขาย มีราคาถูกกว่าราคาตามท้องตลาดถึง 34 บาท และคิดว่าชายคนนี้เป็นเพื่อนกับพ่อ เพราะชายรายนี้มีการพูดคุยกับพ่อแบบสนิทสนมมาก จึงตกลงซื้อขายกันในจำนวน 80 ลัง เป็นเงินมูลค่า 50,000 บาท

โดยตนเองบอกว่า จะโอนเงินให้หลังจากที่ได้รับสินค้าแล้ว แต่ชายรายนี้กลับบอกว่า ขอเป็นเงินสด เพราะตนเองบวกเปอร์เซนต์จากเจ้านายที่เป็นเจ้าของสินค้ามาลังละ 50 บาท หากโอนกลัวว่าเจ้านายจะรู้ว่าตัวเองหักค่าหัวคิว ตนเองจึงตกลงตามนั้น และในช่วงที่ตกลงซื้อขายกัน ชายรายนี้ยังได้บอกว่า สนใจรถจักรยานยนต์ที่พ่อซื้อมาซ่อมไว้ขาย โดยได้เลือกไว้ 1 คัน บอกว่า หลังจากไปขนเอาเบียร์เสร็จจะกลับมาซื้อรถจักรยานยนต์คันที่เลือกไว้ พร้อมกับบอกให้พ่อเอารถจักรยานยนต์ไปใส่ตะกร้าหน้ารถให้ด้วย

นางสาวสุรีย์ฉาย เล่าต่อว่า จากนั้นชายรายนี้ได้บอกกับตนเองว่า จะพาไปขนเอาสินค้าที่สำนักงาน ซึ่งอยู่ใกล้กับศาลจังหวัดขอนแก่น ห่างจากร้านค้าประมาณ 2 กม. ตนเองจึงให้แฟนขับรถซาเล้งไปกับชายรายนี้ โดยนั่งรถซาเล้งไปด้วยกัน พร้อมกับนำเงินสดจำนวน 50,000 บาทติดตัวไปด้วย ซึ่งปกติแล้วเวลาที่ไปซื้อสินค้ามาขายที่ร้าน พ่อจะไปกับแฟนเป็นประจำ แต่เนื่องจากวันเกิดเหตุ พ่อได้นำรถจักรยานยนต์ที่ชายรายนี้บอกว่าจะซื้อ มาติดตั้งตะกร้าหน้ารถไว้ให้ พ่อจึงไม่ได้ไปกับแฟน กระทั่งชายรายนี้พาแฟนของตนเองไปถึงบริเวณข้างศาลจังหวัดขอนแก่น เมื่อไปถึงชายรายนี้ได้บอกกับแฟนของตนเองว่า จะต้องเอาเงิน 50,000 บาท ไปให้เจ้านายก่อน จึงจะเอาเบียร์ออกมาได้ โดยให้แฟนไปรอที่ประตูทางออกที่อยู่อีกด้าน แฟนจึงเอาเงิน 50,000 บาท ให้กับชายรายนี้ไป ก่อนที่ชายรายนี้จะเดินเข้าไปในประตูศาล จากนั้นไม่นานแฟนของตนเองได้โทรมาหาว่าจุดรับสินค้ามันดูแปลก ๆ ซึ่งตนเองก็ได้บอกแฟนไปว่าคงไม่มีไรหรอกเพราะเขารู้จักกับพ่ออยู่ แต่ด้วยจำนวนเงินที่ให้ไปมีจำนวนมาก แฟนจึงรีบเดินตามเข้าไปภายในศาล แต่กลับไม่พบตัวชายรายนี้ จึงสอบถาม รปภ.ศาล ว่าชายรายนี้เป็นเจ้าหน้าที่ที่นี่หรือไม่ จึงทราบว่า ชายรายนี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของศาล และได้เดินออกจากศาลไปแล้ว จึงมั่นใจว่าถูกหลอกแล้ว แฟนจึงรีบโทรกลับมาบอกตนเอง ก่อนจะพากันขับรถออกตามหาชายรายนี้ทั่วเมืองขอนแก่น แต่ก็ไม่พบตัว จึงได้รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองขอนแก่น และได้นำภาพวงจรปิดมาโพสต์เตือนภัยและให้พลเมืองดีช่วยหาเบาะแสคนร้าย พร้อมกับตั้งรางวัลนำจับ จำนวน 5,000 บาท สำหรับผู้ที่สามารถแจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมตัวได้

โดยหลังจากที่โพสต์เรื่องนี้ไป ปรากฏว่า มีเพื่อนที่รู้จักกันทักมาหา บอกว่า ตัวเขาเองก็เพิ่งถูกชายรายนี้หลอกขายโทรทัศน์ให้ในราคาประมาณ 12,000 บาท แต่กลับไม่ได้รับสินค้า ซึ่งพบว่าชายรายนี้ ชื่อ นายวัชริน  อายุ 60 ปี ชาว ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และเมื่อตนเองนำชื่อ-นามสกุล ไปค้นข้อมูลดู ก็พบว่า ชายรายนี้ได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันในหลายพื้นที่ และมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อหลายราย แต่กลับไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดี แม้แต่ครั้งเดียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง