รัฐบาลเปิดตัว ไกล่เกลี่ย หนี้นอกระบบ

View icon 47
วันที่ 29 พ.ย. 2566 | 05.17 น.
เช้าข่าว 7 สี
แชร์
เช้าข่าว 7 สี - นายกรัฐมนตรี เปิดโต๊ะแถลงร่วมตำรวจ มหาดไทย คลัง ขจัดการค้าทาสยุคใหม่ รัฐเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย เจ้าหนี้-ลูกหนี้ ดอกเบี้ยเป็นตามกฎหมายไม่เกิน 15% ต่อปี มอบนโยบายเชิงรุก ฝ่ายปกครอง ผู้กำกับทั่วประเทศ 8 ธันวาคม ลงทะเบียน 1 ธันวาคม ไม่ต้องห่วงข้อมูลที่ให้ไม่มีการเปิดเผย

รัฐบาลเปิดตัว ไกล่เกลี่ย หนี้นอกระบบ
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย, ตำรวจ, กระทรวงการคลัง แถลงโครงการช่วยลูกหนี้นอกระบบที่เป็นวาระแห่งชาติ ที่รัฐบาลได้บูรณาการหลายภาคส่วน เพื่อเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย เจ้าหนี้และลูกหนี้ อย่างเป็นธรรม ทั้งเรื่องดอกเบี้ยที่แพงเกิน การทวงหนี้ที่รุนแรง ที่ต้องเป็นไปตามกฎหมายในการเสียค่าดอกเบี้ยห้ามเกิด 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และ 12 ธันวาคมนี้ จะเปิดแถลงอีกครั้งในการแก้หนี้แบบครบวงจร ทั้งในและนอกระบบ ที่ต้องเป็นการทำงานเชิงรุกขึ้น โดยวันที่ 8 ธันวาคม 2566 จะมอบนโยบายให้กับฝ่ายปกครองและผู้กำกับด้วย

กระทรวงมหาดไทย เดินหน้าเชิงรุกออกสำรวจคนที่เป็นหนี้ เพื่อสอบถามรายละเอียด หรือ ให้มาลงทะเบียนได้ในพื้นที่ที่กำหนด หากเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ ให้มาลงทะเบียนที่สำนักงานเขต หากเป็นต่างจังหวัด มาลงทะเบียนได้ที่อำเภอ ไม่ต้องโทรศัพท์มาลงทะเบียนอย่างเดียว ยืนยันสิ่งที่ทำให้นี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

กระทรวงดิจิทัลฯ เตรียมแก้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนตัว เข้มงวดมากขึ้น
อีกปัญหาที่ไม่น้อยไปกว่าหนี้นอกระบบ ก็คือ แก๊งคอลเซนเตอร์ นายประเสริฐ จันทรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือ DE บอกถึงการแก้ไขปัญหาคอลเซนเตอร์ว่า มีการสืบในเชิงลึกและพบผู้กระทำผิดจำนวนมาก

โดย พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ได้ปราบปรามมีการจับกุมได้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะพวกขายข้อมูลและพวกแฮ็กข้อมูล และหากต้องปราบปรามจริง ๆ ต้องปราบที่ตัวใหญ่ ซึ่งมีทุนสีเทาร่วมอยู่ด้วย แต่อยู่ต่างประเทศ และสั่งการมา จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ตัวเองก็เคยพบแก๊งคอลเซนเตอร์โทรศัพท์หาเช่นกัน

แต่ตอนนี้ได้มีการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่กระทรวงฯ เตรียมส่งคณะกรรมการกฤษฎีกา ภายในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อให้ดูในรายละเอียดของกฎหมาย และนำเข้าสภาต่อไป ตนมองว่าในกรณีทางแพ่งฐานความผิดบางอย่างยอมความกันได้นั้น ตนไม่เห็นด้วย ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องความผิดที่ยอมความกันไม่ได้