ซื้อที่ดิน แต่รังวัดผิด ส่อต้องทุบบ้านที่สร้างแล้ว

View icon 50
วันที่ 29 พ.ย. 2566 | 16.36 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - สองสามีภรรยาซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง จากนั้นถมดินสร้างบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าเพื่อนบ้านมารังวัดที่ดินไม่เจอหมุดหลักเขต จึงรู้สึกไม่สบายใจ ไปขอให้เจ้าหน้าที่ที่ดินมารังวัดให้ พบว่าที่ดินที่เคยรังวัดตอนซื้อขายวัดผิด ซ้ำยังไปกินพื้นที่เพื่อนบ้านไปกว่า 12 ตารางวา ขอซื้อส่วนที่เกินเข้าไป เพื่อนบ้านก็ไม่ขาย อาจต้องทุบบ้านบางส่วนทิ้ง

นี่เป็นที่ดินขนาด 103 ตารางวา ราคา 1.4 ล้านบาท ในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่ง นายนัทธี และ นางน้ำอ้อย สองสามีภรรยา ซื้อมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 เพื่อสร้างบ้าน จากนั้นได้ถมดินทำแนวเขื่อนกันดินสไลด์ สร้างบ้าน 1 หลัง และตอกเสาเข็มเพื่อทำแนวรั้วทั้ง 2 ด้าน หมดเงินไปประมาณ 1 ล้านกว่าบาท

แต่ว่าเมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ดินข้างเคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าดงปรือ ยังไม่ได้มีการก่อสร้างอะไร ได้ให้เจ้าหน้าที่มารังวัดที่ดิน แต่ไม่พบหมุดหลักเขตที่ดิน นายนัทธี และ นางน้ำอ้อย รู้สึกไม่สบายใจ จึงไปขอให้เจ้าหน้าที่ที่ดินสาขาบางเขน มารังวัดให้ใหม่ และต้องตกใจเมื่อพบว่าการรังวัดที่ดินตอนที่ซื้อขายกันเมื่อปี 2563 เกิดความผิดพลาด ปักหมุดหลักเขตใหม่ผิดจุด ทำให้กลายเป็นว่าที่ดินของ นายนัทธี ไปล้ำกินที่ดินของเพื่อนบ้าน ประมาณ 12 ตารางวา ซึ่งบ้านที่สร้างเสร็จแล้วก็ล้ำเข้าไปยังพื้นที่ของเพื่อนบ้านบางส่วนด้วย

นายนัทธี บอกว่า ตอนซื้อที่ดิน เห็นป้ายประกาศของนายหน้า จึงติดต่อขอซื้อกับนายหน้า แต่ว่าตอนปี 2563 บริเวณนี้เป็นป่าดงปรือ จึงขอให้เจ้าของที่ช่วยรังวัดที่ดินให้ก่อน ซึ่งนายหน้าได้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่รังวัดจากสำนักงานที่ดินบางเขน มารังวัดให้ ตนจึงมั่นใจและซื้อที่ดินแปลงนี้

หลังเกิดเรื่อง ได้ติดต่อไปยังนายหน้า ซึ่งนายหน้าบอกว่าต้องไปคุยกับเจ้าของที่เอง และการรังวัดผิดพลาดเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ดิน ไม่เกี่ยวกับนายหน้า เมื่อติดต่อไปยังเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินก็บอกว่าตอนนั้นมอบอำนาจให้นายหน้าเป็นคนดำเนินการ ต้องไปตามกับนายหน้า

นายนัทธี บอกว่า พยายามแก้ไขปัญหาเอง ด้วยการขอซื้อที่ดินเพื่อนบ้านส่วนที่ล้ำเข้าไป แต่เพื่อนบ้านไม่ขาย บอกว่า ยังเป็นที่ดินชื่อของแม่ และกำลังจะสร้างโรงเก็บของ ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจจำเป็นต้องทุบบ้านบางส่วนทิ้ง

นายอนันต์ ซึ่งเป็นนายหน้าขายที่ดินแปลงดังกล่าว บอกว่า การซื้อขายที่ดิน ตนเป็นเพียงนายหน้าคนกลางให้ผู้ซื้อได้ตกลงกับผู้ขาย ส่วนการรังวัดก่อนการซื้อขายได้ประสานเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินบางเขน 8,000 บาท เป็นการจ้างพิเศษแบบนอกรอบ โดยตนเป็นคนติดต่อเอง มากัน 3-4 คน แต่ว่าเมื่อเกิดการซื้อขาย จะต้องมีการรังวัดอย่างเป็นทางการอีก ตรงนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าของที่ดินกับคนซื้อที่ต้องตกลงกัน ไม่ใช่หน้าที่ของตนแล้ว ส่วนการรังวัดที่ผิดพลาดไปกินที่ดินของคนอื่น ตนมองว่าต้องไปตามเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ดินที่มารังวัด

ทีมข่าวเย็นประเด็นร้อน โทรศัพท์ไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่รังวัด ที่นายอนันต์ เป็นคนติดต่อให้มารังวัด ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ที่ดิน สาขาบางเขน ก็ปฏิเสธว่าตนเองเคยอยู่ที่บางเขนจริง แต่ไม่ได้ไปรังวัดที่ดินแปลงที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ อย่างไรก็ตาม นายอนันต์ ยืนยันกับทีมข่าวว่าเขาติดต่อไปที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวที่ทีมข่าวโทรศัพท์ไปหา ซึ่งเจ้าหน้าที่คนนั้น จะเป็นคนจัดเจ้าหน้าที่ออกมารังวัดที่ดิน

เมื่อโทรศัพท์สอบถาม นางลออ เจ้าของที่ดินเดิม ได้คำตอบว่า ตอนแรกปล่อยที่ดินไว้เฉย ๆ จนกระทั่ง นายอนันต์ ที่เป็นนายหน้าติดต่อมาว่าจะขายไหม จึงตัดสินใจขายโดยมอบอำนาจให้ นายอนันต์ เป็นคนจัดการทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องรังวัด พอมาเกิดปัญหาตอนนี้ ตนเองคงรับผิดชอบไม่ได้ ให้ไปตามที่ นายอนันต์

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังโทรศัพท์สอบถามยังเจ้าของที่ดินข้างเคียง ที่ที่ดินของ นายนัทธี และ นางน้ำอ้อย ล้ำกินพื้นที่เข้าไปว่า หากสองสามีภรรยาขอซื้อที่ดินจะขายหรือไม่ ซึ่งเจ้าของที่ดินข้างเคียงบอกว่า ไม่ขาย เพราะที่ดินมี 3 ไร่ หากขายจะทำให้ที่ดินแหว่ง ทางเดียวที่เป็นไปได้ คือรื้อในส่วนที่ล้ำไปยังที่ดินของตนเองออก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง