พบเอกสารหมูเถื่อน 3 ปี นำเข้า 10,000 ตู้ พัวพัน อดีต รมช.

View icon 84
วันที่ 30 พ.ย. 2566 | 07.07 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ยิ่งขุดยิ่งน่ากลัว กลายเป็นว่าตัวเลขคดีเนื้อหมูเถื่อนไม่ได้จบแค่หลักไม่กี่พันตู้ แต่อาจทะลุถึงหลักหมื่นตู้ จากการนำเข้าช่วงระหว่างปี 2563-2566 พัวพันเจ้าหน้าที่รัฐอีกมาก รวมถึง อดีตรัฐมนตรีช่วยคนหนึ่ง ที่มีอักษรย่อ "ป." ด้วย

เป็นการเปิดเผยจาก พันตำรวจตรี ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคดีจับกุมขบวนการนำเข้าหมูเถื่อน หลังมีการประชุมหารือติดตามความคืบหน้าคดีนี้ บอกว่า ที่ประชุมมีมติให้ขยายคดีพิเศษออกไป 10 คดี ในจำนวนนี้มี 9 คดี ที่ขยายผลมาจากการจับกุมบริษัทชิปปิง 10 บริษัท ที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ เพื่อขยายผลต่อไปว่าบริษัทเหล่านี้ ได้กระจายหมูเถื่อนไปที่ไหนบ้าง รวมถึงให้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 1 คน เป็นนายทุนอีกบริษัท ให้มาให้ปากคำเพิ่มเติม

จากการสืบสวนพบว่าบริษัททั้ง 10 แห่งนี้ ได้นำเข้าหมูเถื่อนทั้งหมด 2,388 ตู้ ตั้งแต่ปี 2564 จนภายหลัง กรมศุลกากรมาพบมีหมูเถื่อนตกค้าง 161 ตู้ ที่ ท่าเรือแหลมฉบังตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ และมีรายงานมาจากกรมศุลกากร ว่าพบหมูเถื่อนอีก 16 ตู้ ตกค้างอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเป็นของบริษัทใด และมีชิปปิงรายใดเป็นผู้สั่งนำเข้ามา

ทั้งนี้ ยอมรับว่า การขยายผลตรวจค้นทำให้ DSI พบกลุ่มที่ลักลอบนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนอีกกลุ่ม เป็นกลุ่มใหม่ที่ไม่เคยถูกจับกุม หรือถูกดำเนินคดีใด ๆ มาก่อน เป็นกลุ่มขบวนการที่ใหญ่กว่าคดีก่อนหน้านี้ มีบริษัทเอกชนหลายราย เจ้าหน้าที่รัฐและข้าราชการประจำหลายคน รวมถึงข้าราชการฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้องด้วย

ส่วนกรณีที่มีมติ ครม. ให้โยกย้าย พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อการทำคดีหมูเถื่อน เพราะพนักงานสอบสวนได้วางแนวทางการทำงานไว้อยู่แล้ว

สนามข่าว 7 สี ไปเจาะข้อมูลเชิงลึกการย้าย พันตำรวจตรี สุริยา แหล่งข่าวบอกว่า พันตำรวจตรี สุริยา ทราบอยู่แล้วว่าจะมีคำสั่งย้าย และคาดว่าน่าจะทราบล่วงหน้าราว 2 อาทิตย์ ก่อนจะมีมติ ครม. ออกมา ซึ่งสอดคล้องกับไทม์ไลน์ที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เคยเรียก พันตำรวจตรี สุริยา ไปตำหนิที่สนามบิน คือวันที่ 12 พฤศจิกายน เท่ากับว่าหลังจากที่โดนนายกฯ เอ็ดไปชุดใหญ่ ก็รู้ตัวเลยว่าจะต้องโดนเด้ง เพราะตอนนั้นนายกฯ ดูทรงแล้วไม่พอใจเป็นอย่างมาก ควันออกหูเลยทีเดียว 

ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามว่าโดนเด้ง เพราะเข้าตรวจค้นห้างดังหรือไม่ เรื่องนี้ยังพูดได้ไม่เต็มปากว่าใช่ หรือวงรอบการทำงาน เพราะเมื่อเปลี่ยนขั้วการเมือง หน่วยงานที่นักการเมืองเข้าไปบริหารย่อมดันคนที่ตัวเองไว้ใจให้ทำงานทั้งนั้น

แต่ที่แน่ ๆ มีข้อมูลว่าเดิม ดีเอสไอ จะเข้าค้นห้างค้าส่งวันนี้ ไม่ใช่วันจันทร์ที่ผ่านมา พันตำรวจตรี สุริยา จึงเร่งให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้น ทำให้สามารถนำกำลังเข้าไปตรวจสอบได้ก่อนหน้า 1 วัน ก่อนที่จะมีคำสั่งฟ้าผ่า

สนามข่าว 7 สี ยังมีโอกาสได้คุยกับชุดทำงานคดีหมูเถื่อน ยืนยันว่า แม้จะมีคำสั่งย้ายอธิบดีดีเอสไอไปแล้ว แต่การทำคดีหมูเถื่อนยังเดินหน้าต่อ และไม่มีใครมาสั่งให้ตัดตอน หรือสั่งให้หยุดทำคดี แถมยังบอกว่าขอให้ประชาชนมั่นใจไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอน รวมถึงกระแสข่าวที่ว่า วันที่ 1 ธันวาคม เตรียมจะเข้าค้นห้างค้าส่งขนาดใหญ่ แต่ต้องหยุดแผน เพราะมีคำสั่งกลัวว่าจะสาวไปถึงเจ้าสัวรายใหญ่นั้น เรื่องนี้ชุดทำงานบอกว่าไม่เป็นความจริง เพราะยังไม่มีกำหนดวันเข้าค้น แต่ที่แน่ ๆ ผู้บริหารของห้างค้าส่งเป้าหมาย ได้ติดต่อมาเองเพื่อขอให้ข้อมูลกับดีเอสไอแล้ว 

และที่สำคัญขณะนี้ ดีเอสไอ พบอีกตัวการใหญ่ คือ อดีตพนักงานของบริษัทระดับประเทศที่ลงทุนลาออกจากงาน เพราะรู้ลู่ทางในการฉ้อฉลนำหมูผิดกฎหมายเข้ามาจำหน่ายในประเทศ ที่สำคัญยังมีข้อมูลอีกว่านายคนนี้มีการส่งหมูเถื่อนไปให้ห้างสรรพสินค้าเจ้าดังหลายห้างในประเทศไทย