เช้าข่าว 7 สี - คดีกำนันนก ที่ตำรวจสอบสวนกลาง หอบเอาสำนวนคดีไปยื่นให้อัยการพิจารณามีความเห็นสั่งฟ้อง อัยการพิจารณาสำนวนคดีทั้งหมดเสร็จแล้ว นัดพาตัวผู้ต้องหา 23 คน จาก 28 คน ไปฟ้องศาล ส่วนอีก 5 คน ซึ่งเป็นตำรวจ มีคำสั่งไม่ฟ้อง เพราะเห็นว่าไม่ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
นอกจากรับหนังสือตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และทีมโฆษกฯ ยังร่วมกันแถลงผลการสั่งฟ้อง นายปวีณ จันทร์ทร์คล้าย หรือ "กำนันนก" 2 สำนวนคดี โดย สำนวนคดีฆาตกรรม "สารวัตรแบงค์" ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ที่มี นายธนันชัย หมั่นมาก หรือ "หน่อง" เป็นคนยิง และถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม อัยการสำนักงานคดีอาญา มีความเห็นให้สั่งฟ้องในคดีนี้
ส่วนสำนวนที่ 2 ซึ่งเป็นการกล่าวหาตำรวจ และพลเรือนที่อยู่ในเหตุการณ์ รวม 28 คน ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำผิด รวมถึง "กำนันนก" ด้วย พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต มีความเห็นสั่งฟ้องตำรวจทั้งหมดแค่ 23 คน ในข้อหาแตกต่างกันไป รวม 6 คนแรกที่ถูกจับดำเนินคดี โดยเป็นกลุ่มที่ขับรถพา กำนันนก หลบหนี และมีการทำลายพยานหลักฐาน ส่วนอีก 5 คน ที่ไม่สั่งฟ้อง ได้แก่ พันตำรวจเอก กฤษฎาพร จงอักษร อดีตผู้กำกับการ สน.พญาไท, ร้อยตำรวจเอก ณัฏฐพล นาคกร, พันตำรวจโท ภทร วรญาวิสุทธิ์, พันตำรวจเอก ภาณุทัต เหลืองสัจจกุล และ ร้อยตำรวจโท มนัต จันทร์มีทรัพย์ เนื่องจากเห็นว่าทั้ง 5 คนนี้ มีความเคลื่อนไหวหลังเกิดเหตุยิง "สารวัตรแบงค์" แตกต่างกันไป เช่น พาผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล หรือ ช่วยสนับสนุนในด้านอื่น ๆ ดังนั้น พนักงานอัยการจึงพาตัวตำรวจ และพลเรือน 23 คน ไปส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง
อย่างไรก็ตามความเห็นนี้ยังถือว่าไม่เด็ดขาด เนื่องจากที่ต้องนำตัวผู้ต้องหาและสำนวนสั่งฟ้อง เพราะเป็นวันสุดท้ายในการฝากขัง ซึ่งเรื่องที่มีการสั่งไม่ฟ้องตำรวจ 5 นาย ต้องรอความเห็นทางคดีจาก ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งหากมีความเห็นแย้ง ก็ต้องให้อัยการสูงสุดมีความเห็นชี้ขาดอีกที และหากท้ายที่สุด อัยการสูงสุดมีความเห็นให้สั่งฟ้อง ก็สามารถพาตัวตำรวจทั้ง 5 นาย กลับมาดำเนินคดีใหม่ได้ ภายในอายุความ 20 ปี