ผู้ปกครองของเด็ก 11 ขวบ ร้องเพจสายไหมต้องรอด หลังลูกชายถูกครูโหดตีทำโทษ 70 ที จนแก้มก้นช้ำทั้ง 2 ข้าง สาเหตุอ้างว่าไม่ได้ทำการบ้านส่ง 70 ข้อ
วันนี้ (1 ธ.ค.66) เรื่องนี้ย้อนกลับไปช่วงใกล้ ๆ จะปิดภาคเรียน มีครูคนหนึ่งที่สอนวิชาภาษาไทยให้กับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ได้ให้การบ้านเด็กนักเรียนไปทำช่วงปิดภาคเรียนทั้งหมดรวม 107 หน้า และให้นำมาส่งตอนเปิดภาคเรียน แต่ปรากฎว่าเด็กชายคนนี้ ทำไปได้เพียง 37 หน้า เพราะไม่ถนัด ผู้ปกครองก็มีความรู้ไม่มากพอ ประกอบกับตัวเด็ก เป็นนักกีฬาเตะตระกร้อของโรงเรียน จึงไม่ได้ใส่ใจที่จะทำการบ้าน พอถึงเวลาต้องส่งการบ้าน เด็กส่งไม่ครบ ก็ให้เวลาอีก 1 สัปดาห์แก้ไขตัว
ปรากฏว่าเด็กชายทำไม่ได้ คราวนี้ครูสั่งทำโทษนักเรียนทั้งหมด 14 คน ตามจำนวนหน้ากระดาษที่ทำไม่ได้ โดยเด็กชาย 11 ขวบ ถูกตีไป 70 ตี จนก้นช้ำทั้ง 2 ข้าง ไข้ขึ้น ระหว่างนั้นครูยังอาสาพาเด็กชายไปหาหมอ แต่ให้เด็กบอกกับหมอว่า ประสบอุบัติเหตุล้มกระแทกไม้ ทำให้คลินิกที่รักษาวินิจฉัยผิดพลาดให้ยาไปทา แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดแทน
กระทั่งรู้ความจริงว่าลูกชายไม่ใช่คนที่ถูกทำโทษหนักที่สุด แต่เด็กที่ถูกตีมากที่สุด ถูกตีทั้งหมด 78 ที พอแม่รู้ว่าครูทำโทษยอมรับว่ารับไม่ได้ อยากพาลูกย้ายมาเรียนที่กรุงเทพฯ ที่ตัวเองทำงานอยู่ แต่เพราะ เป็นช่วงกลางเทอมไม่สามารถย้ายเรียนได้ ไม่รู้จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เพราะถามลูก ลูกก็ไม่อยากไปเรียนหนังสือแล้ว จึงมาร้องขอเพจสายไหมต้องรอดช่วยเหลือ
เบื้องต้น นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด มองว่าการตีเด็กถึง 70 ที ไม่ใช่เป็นการตีด้วยความรัก หรือตีเพื่อสั่งสอน แต่พฤติกรรมดังกล่าว คือการทำร้ายร่างกาย ต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญา จึงได้ประสานไปยัง นายพิษณุ พลธี เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากพบว่าครูทำเกินกว่าเหตุ ก็ขอให้มีการลงโทษทางวินัยครู และผู้บริหารโรงเรียนต่อไป จากนั้น นายเอกภพ ได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.สายไหม เพื่อให้มีการสอบสวน ประสานตำรวจพื้นที่เกิดเหตุ จ.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป