บ.ชิปปิง หอบหลักฐานแจงดีเอสไอ ถูกกลั่นแกล้งคดีหมูเถื่อน

บ.ชิปปิง หอบหลักฐานแจงดีเอสไอ ถูกกลั่นแกล้งคดีหมูเถื่อน

View icon 107
วันที่ 1 ธ.ค. 2566 | 16.33 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
บ.ชิปปิง หอบหลักฐานแจงดีเอสไอ ยันนำเข้าเนื้อหมูถูกต้อง แต่ถูกกลั่นแกล้ง ทำธุรกิจเสียหาย ขณะที่ดีเอสไอจ่อออกหมายจับนายทุนเพิ่มอีก 1 ราย

วันนี้ (1 ธ.ค.66) พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีหมูเถื่อน เข้าสอบปากคำ นายบริบูรณ์ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามบริษัทชิปปิง 2 แห่ง ซึ่งได้เข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ปากคำ หลังจากพบว่าทั้ง 2 บริษัทดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการนำเข้าหมูเถื่อนจากต่างประเทศ

นายบริบูรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้มาชี้แจงกับดีเอสไอ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าหมูเถื่อนแต่อย่างใด  โดยทั้งสองบริษัทของตนเองนำเข้าสินค้าประเภทอาหารหลายชนิด เพื่อส่งไปจำหน่ายให้ประเทศเพื่อนบ้าน โดยไม่ได้ส่งจำหน่ายในประเทศไทยแต่อย่างใด ในส่วนของเนื้อหมูที่เกิดปัญหานั้น ทั้งสองบริษัทได้สั่งนำเข้าจากต่างประเทศมาทั้งหมด 41 ตู้ ในเดือนส.ค.65 ซึ่งนำเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่มาติดขัดตรงกระบวนการขออนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์ ที่กรมปศุสัตว์เป็นผู้อนุญาต เนื่องจากไม่ยอมอนุญาตให้เคลื่อนย้ายสักที

ต่อมาได้มีการฟ้องศาลปกครองเพื่อเอาผิดกรมปศุสัตว์ กรณีที่ไม่อนุญาตให้เนื้อหมูของบริษัทตนเคลื่อนย้ายส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า จนทำให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจ เพราะต้องเสียค่าไฟให้กับท่าเรือแหลมฉบังถึงวันละ 5 แสนบาท แล้วจู่ๆ ทางกรมศุลกากร และกรมปศุสัตว์ ก็มาเหมารวมว่าหมูตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัทตนเองเป็นหมูเถื่อนไปด้วย ทั้งที่นำเข้ามาอย่างถูกต้อง ซึ่งทางบริษัทก็ได้มีการฟ้องร้องไปยังศาลปกครอง และทำหนังสือร้องเรียนไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอความเป็นธรรมแล้ว

ตนตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นการถูกกันแกล้ง เนื่องจากก่อนหน้านี้บริษัทของตนเคยร้องเรียนไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การเรียกรับผลประโยชน์ จึงอาจทำให้ไม่พอใจจนถูกกลั่นแกล้ง อีกทั้งหมูของกลางทั้ง 41 ตู้นั้น ก็ได้ถูกทำลายทิ้งไปแล้ว ทั้งที่เป็นของกลางที่ควรเก็บไว้ เนื่องจากยังอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลปกครอง ยิ่งสร้างความเสียหายให้กับตนเองมากขึ้น วันนี้จึงต้องมาชี้แจงกับดีเอสไอ เพื่อให้แยกปลาดีออกจากปลาเน่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับบริษัทของตนเองด้วย

ด้าน พ.ต.ต. ณฐพล เผยว่า ผู้ถูกกล่าวหารายนี้ เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมกับให้ข้อมูล และเอกสารบางส่วนแก่พนักงานสอบสวน เช่น คำฟ้องศาลปกครอง และหนังสือร้องเรียนถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งยังต้องนำหลักฐานมาชี้แจงเพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นทราบว่าทั้งสองบริษัทนั้นเป็นบริษัทชิปปิงและนำเข้าสินค้าอาหารแช่แข็งหลายชนิด เพื่อส่งออกไปขายที่ สปป.ลาว

สำหรับคดีหมูเถื่อนที่ตรวจพบตู้คอนเทนเนอร์หมูแช่แข็งที่ท่าเรือแหลมฉบังจำนวน 161 ตู้ ทั้ง 10 คดี ได้มีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาซึ่งเป็นบริษัทชิปปิงครบแล้ว โดยข้อกล่าวอ้างต่างๆ ของผู้ถูกกล่าวหานั้น ก็จะต้องนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ส่วนการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายคดีหมูเถื่อนยังคงเดินหน้าต่อไป โดยจะเริ่มปฎิบัติการในสัปดาห์หน้าอย่างต่อเนื่อง

พนักงานสอบสวนจึงดำเนินคดีกับ นายบริบูรณ์ ในข้อหานำของผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเกี่ยวกับของนั้น ตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 และนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558

สำหรับกลุ่มบริษัทนำเข้า หรือ ชิปปิ้ง ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ขอศาลอนุมัติหมายจับไปแล้ว 10 ราย ทั้งหมดถูกจับกุมดำเนินคดี และอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวไปแล้ว ส่วนอีก 2 บริษัทที่เตรียมขอศาลออกหมายจับ คือ บริษัทของนายบริบูรณ์ ซึ่งวันนี้ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ มาเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยทั้ง 2 บริษัทมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับตู้คอนเทนเนอร์หมูเถื่อน 161 ตู้ ที่อยู่ในท่าเรือแหลมฉบัง โดยพบว่าในจำนวนดังกล่าว มีจำนวน 41 ตู้ เป็นของ 2 บริษัทนี้ และยังเกี่ยวข้องกับกลุ่มค้าหมูเถื่อนซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่กลุ่มใหม่ ที่ดีเอสไอเพิ่งตรวจสอบพบว่ามีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองอักษรย่อ ป.

ในส่วนของกลุ่มนายทุนที่เป็นผู้สั่งบริษัทชิปปิงนำเข้าหมู ได้จับกุมไปแล้ว 2 ราย และได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาซึ่งเป็นนายทุนเพิ่มเติมไปอีก 1 ราย