อุทยานฯ แจงแล้ว ยืนยัน ระบบ E-ticket มีความจำเป็นต่อการจัดเก็บเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบ

อุทยานฯ แจงแล้ว ยืนยัน ระบบ E-ticket มีความจำเป็นต่อการจัดเก็บเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบ

View icon 109
วันที่ 1 ธ.ค. 2566 | 18.19 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
อุทยานฯ แจงแล้ว กรณีการยุติการเก็บเงิน ผ่าน ระบบ E-Ticket  ยืนยัน ระบบE-ticket มีความจำเป็นต่อการจัดเก็บเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบ โดยการลดข้อมูลในส่วนของผู้ใช้บริการลง เพื่อเป็นการลดขั้นตอนและเกิดความรวดเร็วในการเข้าใช้บริการภายในอุทยานแห่งชาติ​

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 โดยมี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษากลั่นกรองเรื่องร้องเรียน  ที่ประชุมมีการหยิบยกการประกาศยุติการจำหน่ายบัตรค่าบริการผ่านเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ จำนวน 6 แห่ง ด้วยระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ไว้เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2566 และที่ประชุมมีมติรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา และจะเชิญ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทส. นายอรรถพล เจริญชันษา รักษาการอธิบดีกรมอุทยานฯ มาชี้แจงถึงเหตุผลในการยกเลิกดังกล่าวและจะเชิญเลขาธิการฯ ป.ป.ช. มาร่วมรับฟังการชี้แจงด้วยนั้น
  
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ชี้แจง โดยระบุว่า ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักอุทยานแห่งชาติ ได้ประกาศยุติการจำหน่ายบัตรค่าบริการผ่านเข้าไปในอุทยานแห่งชาติด้วยระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-ticket) ไว้เป็นการชั่วคราว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป เนื่องจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ทำสัญญาว่าจ้าง บริษัท คิว คิว (ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-ticket) ในอุทยานแห่งชาติ โดยได้เปิดให้บริการจำหน่ายบัตรค่าบริการผ่านเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ด้วยระบบฯ E-ticket เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถซื้อบัตรค่าบริการผ่านเข้าไปในอุทยานแห่งชาติได้ ในอุทยานแห่งชาตินำร่อง จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 และได้สิ้นสุดระยะเวลาตามสัญญาดังกล่าวแล้ว ในเดือนกันยายน 2566 ที่ผ่านมา

   ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 คณะกรรมการเงินอุทยานแห่งชาติ ได้อนุมัติเงินอุทยานแห่งชาติ เพื่อดำเนินโครงการจ้างดูแลระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-ticket) ในอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการพัฒนาระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-ticket) ในอุทยานแห่งชาติ เป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักอุทยานแห่งชาติได้หารือร่วมกับ ป.ป.ช. เพื่อพัฒนาระบบการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแก้ไขปัญหาระบบการจอง การรับเงิน ระบบการสื่อสาร สัญญาณอินเตอร์เน็ต และแก้ไขปัญหาการตัดเงินผ่านระบบที่ไม่ตรงกับวันที่เข้าใช้บริการจริง

ซึ่งส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวและสถิติเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาติในวันดังกล่าวไม่สอดคล้องกัน โดยการจองและชำระเงินจะเกิดขึ้นก่อนวันที่เข้าใช้บริการจริง เช่น นักท่องเที่ยวจองและชำระเงินในวันที่ 1 แต่เข้าใช้บริการในวันที่ 7 จะทำให้สถิติเงินรายได้เกิดขึ้นในวันที่ 1 แต่สถิตินักท่องเที่ยวจะเกิดขึ้นในวันที่ 7 ประกอบกับพบข้อบกพร่องจากการใช้งานระบบในส่วนอื่น ๆ  จึงต้องมีการพัฒนาและจัดทำระบบใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามคำแนะนำของ ป.ป.ช. โดยจะมีการพัฒนาระบบการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-ticket) เพิ่มเติมอีกจำนวน 31 แห่ง แต่เนื่องจากตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีการประกวดอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ใหม่ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กับบริษัทรายอื่น ๆ ในการแข่งขันเพื่อพัฒนาระบบ เนื่องจากมีบริษัทเข้ามานำเสนอระบบการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องปิดระบบการจองและชำระเงินผ่านระบบ E-ticket ไว้เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป

   นอกจากนี้กรมอุทยาน​แห่งชาติ สัตว์​ป่า และพันธุ์พืช​ ได้เสนอโครงการจัดการพัฒนาระบบบัญชีสำหรับเงินอุทยานแห่งชาติ จาก ป.ป.ช. ภายใต้แผนงานบูรณาการการต่อต้านการทุจริต​และประพฤติมิชอบ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 งบประมาณ จำนวน 6.2 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบการจัดเก็บเงินอุทยานฯ ให้มีการแยกประเภท​บัญชี บันทึกบัญชีคงค้าง ให้สามารถออกบัญชีทางการเงินที่สามารถเชื่อถือได้ และพัฒนาระบบการรับเงินกลางอิเล็กทรอนิกส์​สำหรับหน่วยงานส่วนภูมิภาค​ (e-payment)​
  
   ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จะดำเนินการจัดทำข้อเสนอโครงการแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ตามข้อเสนอของสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของอุทยานแห่งชาติ อีก 96 แห่ง ให้ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ มีการเชื่อมต่อระบบชำระเงินกลาง (Payment Gateway) ช่วยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในการจองและชำระเงิน ลดขั้นตอน ลดภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องจัดเก็บและเก็บรักษาเงิน

   สำหรับการดำเนินการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติ ผ่านระบบ E-ticket ที่ผ่านมา พบข้อจำกัดในการให้บริการของอุทยานแห่งชาติ และการใช้บริการของนักท่องเที่ยว เนื่องจากในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบางแห่ง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณอินเทอร์เน็ต จึงไม่สามารถรองรับระบบดังกล่าวได้ และการกรอกข้อมูลส่วนตัวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ บางส่วนไม่มีความพร้อมในการให้ข้อมูลส่วนตัว เนื่องจากการจองผ่านระบบ E-ticket ต้องมีการกรอกข้อมูลรายบุคคลประกอบการจอง

โดยปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อวิเคราะห์และประเมินการใช้งานระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-ticket) ในอุทยานแห่งชาติ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และกำหนดแนวทางการพัฒนาระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ให้เหมาะสมต่อไป และจากการเปรียบเทียบสถิติการจัดเก็บเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาติในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา พบว่าถึงแม้จะไม่มีการใช้งานผ่านระบบ E-ticket แต่ก็สามารถจัดเก็บเงินรายได้ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการบุคลากรของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เอง ดังจะเห็นได้จากสถิติการจัดเก็บเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์​ธารา-หมู่เกาะพีพี ในเดือนพฤศจิกายน 2566 เปรียบเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่มีการจัดเก็บเงินรายได้เพิ่มขึ้นถึง 40 ล้านบาท และอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะ​เสม็ด มีการจัดเก็บเงินรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบในเดือนพฤศจิกา​ยน 2566 กับเดือนพฤศจิกา​ยน 2565 เป็นเงิน 5.9 ล้านบาท ภายหลังจากมีการโยกย้ายหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ

และจากข้อมูลการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติ ในระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม -​ 29 พฤศจิกายน​ 2566 มีการจัดเก็บเงินรายได้รวมทั้งสิ้น 302 ล้านบาท และข้อมูลการจัดเก็บเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาตินำร่อง จำนวน 6 แห่ง โดยระบบ E-ticket​ ในระหว่างวันที่ 1 -​ 29 พฤศจิกายน​ 2566 พบว่ามีการจัดเก็บเงินทั้งหมด 121 ล้านบาท และจัดเก็บผ่านระบบ E-ticket 40 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 32.87% ของการจัดเก็บเงินรายได้ในภาพรวม

ในระหว่างที่ยุติระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-ticket) ในอุทยานแห่งชาติ ไว้เป็นการชั่วคราว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะได้หาแนวทางปฏิบัติในการจองและชำระค่าบริการ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบกิจการนำเที่ยวให้น้อยที่สุด ซึ่งจากการลงพื้นที่ของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ เพื่อติดตามการปฏิบัติงานและชี้แจงแนวทางเกี่ยวกับระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-ticket) ในอุทยานแห่งชาติ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์​ธารา-หมู่เกาะ​พีพี อุทยานแห่งชาติสิมิลัน และอุทยานแห่งชาติในสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์​ที่ 4 (สุราษฎร์​ธานี)​

พร้อมทั้งได้มีการเข้าตรวจสอบการจัดเก็บเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์​ธารา-หมู่เกาะ​พีพี อย่างละเอียดทุกขั้นตอน และหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เนื่องจากเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีการจองและชำระเงินค่าบริการ ผ่านระบบ E-ticket มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับอุทยานแห่งชาติ นำร่องทั้ง 6 แห่ง ทำให้ผู้ประกอบกิจการนำเที่ยวและนักท่องเที่ยวที่ใช้งานผ่านระบบ E-ticket ได้รับผลกระทบจากการปิดระบบ เพราะต้องเข้ามาจองและชำระค่าบริการ ณ ที่ทำการของอุทยานแห่งชาติ

จากการสำรวจ พบว่า ผู้ใช้บริการผ่านระบบ E- ticket จาก 100% มีผู้ใช้บริการมีความพร้อมในการจองและชำระเงินบริเวณ​ที่ทำการฯ 70% และอีก 30% เป็นผู้ใช้บริการอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จึงได้หารือแนวทางการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ประกอบกิจการนำเที่ยวและนักท่องเที่ยว ในรูปแบบของการขยายจุดจำหน่ายบัตรค่าบริการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ โดยใช้ระบบการจองที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการจองและการชำระค่าบริการถึงกันได้ในระหว่างอุทยานแห่งชาติ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวหรือผู้ประกอบกิจการนำเที่ยว โดยให้ผู้ใช้บริการที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต สามารถจองและชำระค่าบริการได้ในจุดจำหน่ายบัตรค่าบริการของอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต เพื่อเข้าใช้บริการในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติสิมิลัน เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการนำเที่ยว และเป็นการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้เกินขีดความสามารถในการรองรับได้ของพื้นที่ โดยจะเร่งดำเนินการให้สามารถจองและชำระเงินในระบบดังกล่าวได้ภายใน 7 วัน

   สำนักอุทยานแห่งชาติขอยืนยันว่าระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-ticket) มีความจำเป็นต่อการจัดเก็บเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบ โดยการลดข้อมูลในส่วนของผู้ใช้บริการลง เพื่อเป็นการลดขั้นตอนและเกิดความรวดเร็วในการเข้าใช้บริการภายในอุทยานแห่งชาติ​ พร้อมทั้งปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ที่พบในระบบให้ดียิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง