ยางพาราเถื่อนข้ามแม่น้ำมาระนอง โดน จนท.รวบทั้งขบวนการ ยึดของกลางกว่า 2 ตัน

ยางพาราเถื่อนข้ามแม่น้ำมาระนอง โดน จนท.รวบทั้งขบวนการ ยึดของกลางกว่า 2 ตัน

View icon 82
วันที่ 3 ธ.ค. 2566 | 12.36 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ระนอง ลุยรื้อขบวนการค้ายางพาราเถื่อนข้ามชาติ ดักซุ่มริมแม่น้ำ ก่อนรวบผู้ต้องหาได้ 4 คน พาเข้าค้นถึงบ้าน ยึดของกลางกว่า 2 ตัน

ยางพาราเถื่อน กลางดึกวันที่ 1 ธ.ค.2566 พ.อ.อภิชัย เรืองฤทธิ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้านจังหวัดระนอง ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวสายตรง "ผู้การบอย" ว่ามีการลักลอบนํายางพาราแผ่นดิบหนีภาษีจากฝั่งประเทศเมียนมาข้ามมายังฝั่งไทย จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ร่วมกับหมวดเคลื่อนที่เร็วกองกำลังเทพสตรี, ตำรวจชุดสืบสวน จังหวัดระนอง และ สภ.ปากจั่น วางแผนเข้าจับกุมบริเวณเป้าหมายริมแม่น้ำกระบุรี พื้นที่ ม.5 ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง เจ้าหน้าที่จึงซุ่มเฝ้าตรวจพบรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลต ตอนครึ่ง สีบรอนซ์ทองเสริมรั้วเหล็ก ป้ายทะเบียน ชุมพร ขับเข้ามาบริเวณริมท่าน้ำ และมีเรือหางยาวติดเครื่องยนต์บรรทุกยางพาราแผ่นดิบเต็มลําเรือ แล่นข้ามมาจากฝั่งเมียนมาเทียบท่าน้ำฝั่งไทย พร้อมกับกลุ่มชายชาวเมียนมา 6-7 คน ช่วยกันยกยางพาราภายในเรือขึ้นใส่ในรถยนต์กระบะคันดังกล่าว และขับออกไปยังบ้านในพื้นที่ ม.5 ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง ก่อนนำยางพาราลงกองบนพื้นภายในบ้านหลังดังกล่าว และได้ขับกลับมาบรรทุกยางพาราที่จุดเดิมอีกรอบ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม กลุ่มชายชาวเมียนมาทั้งหมดได้ผลักเรือออกจากริมท่าน้ำหลบหนีกลับข้ามไปยังฝั่งเมียนมา และรถยนต์คันดังกล่าวได้ขับหลบหนี ด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามจับกุมได้บริเวณบ้านในพื้นที่ ม.5 ต.ปากจั่นฯ พร้อมจับกุมผู้กระทําความผิดได้ 2 ราย ทราบชื่อนายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี และนายสอง (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี

ต่อมานายหนึ่งฯ ได้นําเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้าน ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยส่วนตัว มีมารดาเป็นเจ้าบ้าน ตรวจสอบพบยางพาราแผ่นดิบน้ำหนัก 2,020 กิโลกรัม นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโทรศัพท์นายหนึ่งฯ พบการประชุมสายสนทนาข้อความแชตผ่านแอปฯ จํานวนหลายคน โดยนายหนึ่งฯ ให้การยอมรับว่าเป็นกลุ่มขบวนการลักลอบขนยางพารา ทําหน้าที่เฝ้าระวังเจ้าหน้าที่, แจ้งจุดที่อยู่ของแต่ละบุคคล และได้นำเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดดังกล่าว จุดที่ 1 นำทางเข้าบ้านพบนางสาม (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี จุดที่ 2 ริมถนนสาย 1006 พบนางสาวสี่ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบในโทรศัพท์ของบุคคลทั้ง 2 คน พบการประชุมสายสนทนาข้อความผ่านแอปฯ เรื่องแจ้งเตือนเฝ้าระวังเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการลักลอบขนยางพาราจริง ต่อมาเช้าวันที่ 2 ธ.ค.2566 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านของนายหนึ่งฯ พบเอกสารการซื้อขายยางพาราอีกจำนวนหลายรายการ จึงทำการตรวจยึดไว้เพื่อเป็นหลักฐาน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำผิด 1-4 ว่า "ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีนําของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร โดยมิได้ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีนำยางพาราเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

ทั้งนี้ ตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี และนโยบายของรัฐบาล เน้นย้ำในเรื่องการสกัดกั้นลักลอบขนยางพาราเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้กระทำผิดทั้ง 4 คน มายังที่ทำการชุดปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 เพื่อทำบันทึกการจับกุม และส่งให้ สภ.ปากจั่น เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป