ดีเอสไอ ค้นห้องเย็นนครปฐมเอี่ยวนำเข้าหมูเถื่อน อายัดหมู 7 ตัน พิสูจน์ที่มา

ดีเอสไอ ค้นห้องเย็นนครปฐมเอี่ยวนำเข้าหมูเถื่อน อายัดหมู 7 ตัน พิสูจน์ที่มา

View icon 150
วันที่ 7 ธ.ค. 2566 | 17.20 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ดีเอสไอ ร่วมปศุสัตว์ บุกค้นห้องเย็นนครปฐม โยงคดีนำเข้าหมูเถื่อน หลังพบโอนเงินเข้าบัญชีผู้ต้องหากว่า 220 ล้านบาท พร้อมอายัดหมู 7 ตันพิสูจน์ที่มา

วันนี้ (7 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีหมูเถื่อน พร้อมด้วย คณะพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม นำหมายค้นจากศาลอาญา เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 จุด ในจังหวัดนครปฐม หลังพบว่าทั้ง 3 แห่งเกี่ยวข้องกับบริษัทนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนของสองพ่อลูกที่ดีเอสไอดำเนินการไปก่อนหน้านี้

พ.ต.ต.ณฐพล ระบุว่า หลังดีเอสไอจับกุมสองพ่อลูกนายทุนหมูเถื่อน ก็ได้ขยายผลต่อเนื่องถึงสถานที่หรือห้องเย็นต่างๆ จนสืบสวนพบเส้นทางการเงิน บริษัทแห่งหนึ่ง โอนเงินจำนวน 220 ล้านบาท เข้าบัญชีธนาคารของสองผู้ต้องหา ในช่วงปี 2565 - 2566 โดยไม่มีนิติกรรมซื้อขายระหว่างกันมาก่อน จึงเป็นข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนของสองพ่อลูก ประมาณ 282 ตู้ ที่เคยกล่าวอ้างว่านำไปฝากไว้ที่บริษัทห้องเย็นแห่งหนึ่ง

โดยการตรวจค้นบริษัทดังกล่าว เบื้องต้นพบชิ้นส่วนสุกรแช่แข็ง เป็นประเภทเนื้อหมูสามชั้น รวมหนัก 7,000 กิโลกรัม หรือ 7 ตัน ซึ่งใบเคลื่อนย้ายเนื้อหมูเหล่านี้จะต้องอยู่ที่ บริษัทแห่งที่สอง แต่กลับมาจัดเก็บอยู่ที่นี่แทน จึงมีความผิดตาม มาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 โดยไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้าย เนื่องจากพื้นที่จ.นครปฐม ประกาศเป็นเขตควบคุมโรคอหิวาห์ในสุกร (ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์ในเขตห้ามเคลื่อนย้ายโดยมิได้รับอนุญาต) ส่วนการตรวจค้น บริษัทแห่งที่สอง พบชิ้นส่วนสุกรแช่แข็ง จำนวน 10,000 กิโลกรัม หรือ 10 ตัน และจุดที่ 3 เป็นบ้านพักของเจ้าของบริษัททั้ง 2 แห่ง

“จากการตรวจค้นพบเอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับความเชื่อมโยงซื้อขายชิ้นส่วนสุกร ซึ่งเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ทำการตรวจยึดไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนชิ้นส่วนสุกรที่พบในวันนี้ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ดำเนินการอายัดไว้ตรวจสอบ พร้อมกับกล่าวโทษต่อผู้กระทำความผิดแล้ว โดนเนื้อหมูดังกล่าวทราบว่ามีการสั่งจากพื้นที่ใน จ.นครปฐมและนอกตัวจ.นครปฐม จากนั้นจะทำการบรรจุสินค้าคล้ายแพ็กเกจสำหรับส่งร้านชาบู และส่งจำหน่ายภายในประเทศไทย ไม่ได้จัดส่งต่างประเทศ และสำหรับพื้นที่เป้าหมายที่เป็นบ้านพัก ดีเอสไอตรวจค้นแล้วไม่พบเจ้าของบ้าน มีเพียงพนักงาน และไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายในบ้านพักแต่อย่างใด“

พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวต่อว่า เท่าที่ตรวจสอบเนื้อหมูในห้องเย็นค่อนข้างพิสูจน์ได้ยากว่ามาจากที่ไหน เพราะเนื้อหมูถูกหั่นเป็นชิ้นไว้ในถุงพลาสติก แต่ดีเอสไอก็จะขยายผลหาต้นตอต่อไป ประกอบกับมีผู้ให้ข้อมูลจำนวนมาก และจากนี้จะเร่งติดตามว่าเนื้อหมูได้กระจายไปที่ใดบ้าง

นอกจากนี้ ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงบริษัทจุดแรกให้ข้อมูลว่า ได้รับผลกระทบจากกลิ่นเน่าเหม็นจากชิ้นส่วนสุกรที่โรงงานนำมาทิ้งไว้บริเวณถังขยะหน้าโรงงาน และยังมีการปล่อยน้ำเน่าเสียลงลำน้ำสาธารณะ ทำให้กระทบต่อสภาพแวดล้อมและน้ำเน่าเสีย อีกทั้งช่วงระยะหลายปีที่ผ่านมาคนในบ้านมีอาการป่วยจากโรคผิวหนัง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นจากปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงเครื่องจักรกลของโรงงานยังส่งเสียงดังรบกวนอีกด้วย แม้ที่ผ่านมาจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ ทำให้ปัญหาดังกล่าวเบาบางลงไปบ้าง แต่ก็ยังส่งผลกระทบอยู่

ด้าน น.ส.ขนิษฐา พืชพันธุ์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการ ปศุสัตว์อำเภอเมืองนครปฐม กล่าวว่า สำหรับของกลางหมูสามชั้น 7 ตัน ทำการอายัดไว้และกล่าวโทษกับผู้กระทำผิด เนื่องจากไม่มีการแสดงเอกสารในการเคลื่อนย้าย รวมทั้งเอกสารที่นำมาสำแดงยังไม่ครบทั้ง 7 ตัน จึงต้องรอผู้จัดการห้องเย็นนำเอกสารมามอบให้ทางปศุสัตว์ก่อน เพื่อความชัดเจนและถูกต้อง ส่วนการสังเกตด้วยตาเปล่าของเนื้อหมูที่พบ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นหมูนอกหรือหมูไทย อีกทั้งเนื้อหมูที่พบก็ไม่มีการบรรจุหีบห่อเป็นกล่องแต่อย่างใด รูปลักษณะไม่ได้แตกต่างกับหมูนำเข้า จึงยังฟันธงไม่ได้ แต่ขอตรวจสอบเอกสารทั้งหมดก่อน เพราะยังไม่มีผู้เข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ในส่วนที่เราอายัดไว้ ผู้ประกอบการจะเคลื่อนย้ายไม่ได้จนกว่าศาลจะมีคำสั่ง

ขณะที่ นายสัตวแพทย์ปรีดา ถาวรประดิษฐ์ ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จังหวัดนครปฐม ประกาศเป็นเขตควบคุมโรคอหิวาห์ในสุกร ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์ในเขตห้ามเคลื่อนย้ายโดยมิได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มาตรา 22 นอกจากนี้ ภายหลังจากดูลักษณะของห้องเย็นแห่งนี้ จะต้องเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาร่วมตรวจสอบ