เปิดประเด็น : เปิดเอกสารลับ ค่าใช้จ่ายตำรวจ หรือไม่

View icon 158
วันที่ 8 ธ.ค. 2566 | 11.21 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เปิดประเด็นวันนี้ ชวนคุณผู้ชมมาขยี้ปัญหาเว็บพนันออนไลน์ ที่มีคำถามมาตลอดทำไม ปราบเท่าไหร่ก็ไม่หมด และก็มีข้อครหามาอย่างต่อเนื่องว่า ตำรวจรับส่วยหรือเปล่า ปราบไปเก็บเงินไปหรือไม่ ล่าสุดเราได้ข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของกลุ่มเว็บพนันออนไลน์พื้นที่ภาคเหนือ จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เห็นรายละเอียดแล้วต้องบอกว่า ฉาวจนคนในแวดวงสีกากีต้องเร่งออกมาชี้แจงด่วนเลย

เอกสารที่เราได้รับมา เป็นภาพถ่ายจากไฟล์เอ็กเซลล์ มีหัวเรื่อง เขียนว่า "ค่าใช้จ่ายตำรวจ 2566" และในเอกสารก็มีรายละเอียดเขียนไว้อย่างน่าสนใจ ปล่อยผ่านไปไม่ได้จริง ๆ 

อาจจะเปิดภาพเอกสารให้ดูทั้งหมดไม่ได้ แต่ก็หยิบมาไล่เรียงให้ดูได้

มีตั้งแต่ชื่อหน่วยงาน ลงไว้ละเอียดมาก ทั้งหมดเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์พนันออนไลน์ ทั้งส่วนกลาง, ท้องที่, ไซเบอร์ 3-4-5, แถมตำรวจภาคและท่องเที่ยว นี่เฉพาะชื่อหน่วยงาน

อีกช่องนี่ทีเด็ดเลย เขียนไว้ว่า "หารกันทุกเว็บ" เว็บที่ว่า เดี๋ยวค่อยไล่ดูว่ามีเว็บอะไรบ้าง แต่ในช่องรายจ่ายที่หารกันทุกเว็บ บางหน่วยเขียนไว้ด้วยนะ สถานะจ่ายแล้ว

มาดูต่อว่าที่จ่ายไปแล้วนี่ เขาอ้างว่าจ่ายใครดูแล้วถึงกับอึ้งเพราะพาดพิงไปถึง ไซเบอร์ 3-5 เลย รายละเอียดเป็นแบบนี้

ไซเบอร์ 4 รวม 180,000บาท

ไซเบอร์ 3 25,000 บาท

ไซเบอร์ 5 20,000บาท

ท่องเที่ยว 10,000 บาท จ่ายแล้วเหมือนกัน

ส่วนนี้เราคิดว่าน่ากังวล เพราะถ้าไซเบอร์ที่เขียนไว้ หมายถึงตำรวจไซเบอร์นี่ก็ต้องสะสางกันครั้งใหญ่ เพราะเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ปราบ กวาดล้าง ถ้าปราบไปเก็บไป เมื่อไหร่เว็บพนันออนไลน์จะหมด ซึ่งเราก็เชื่อว่าตำรวจดี ๆ ไม่ทำแน่ ๆ แต่เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาชี้แจง ทำความจริงให้กระจ่าง

นอกจากหน่วยงานที่เล่าให้ฟังไปแล้ว ยังไม่หมด ยังมีภาค 6, สอท. ซึ่งตัวเลขก็แตกต่างกัน

ภาค 6 เขียนเอาไว้ 10,000 บาท และ สอท. 30,000 บาท ยังไม่ขึ้นสถานะ

นอกจากหน่วยงานแล้ว ยังมีบอกทั้งสังกัดส่วนกลาง สังกัดท้องที่ มีบอกหมดเลย หนักหนากว่านั้นมีตารางเขียนระบุว่า "ยอดดูแลส่วนตัว" แล้วก็ตามมาด้วยชื่อ เขียนว่า ผู้การ ผู้การไหนคุณผู้ชมดูในตารางก็แล้วกัน แต่ช่องหารกันทุกเว็บ เขียนไว้ว่า 80,000 บาท

นอกจากผู้การ ยังมีเขียนว่า พ.ป ซึ่ง พ.ป. ไหนก็ไม่รู้ แต่ตัวเลขเขียนเอาไว้ว่า 100,000 บาท ยังไม่หมด ยังมี ผ.6 ด้วย อันนี้เขียนตัวเลขไว้ว่า 30,000 บาท ถ้าใครรู้ว่าตัวย่อคืออะไร ช่วยส่งคำตอบมาหน่อย

ในข้อมูลเอกสาร ยังมีที่เด็ดกว่านั้น คือตรงนี้ "ค่าใช้จ่ายห้ามหนี" มีชื่อหน่วยมือปราบ 200,000 บาท ซึ่งจะเห็นเลยว่าเป็นยอดเดียวกับที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ (ที่เป็นหน่วยงาน)

และในช่องค่าใช้จ่ายห้ามหนี มีพี่ไตรรง ด้วย คำถาม คือ พี่ไตรรงไหนก็ไม่รู้นะคุณผู้ชม แต่ตัวเลขเขียนไว้ว่า 200,000 บาท

ยังไม่หมดเท่านี้ ยังมีอีกเขียนว่า ไซเบอร์ 3 แต่ไซเบอร์ 3 นี้ มีวงเล็บนะ ในวงเล็บเขียนว่า พี่แมน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพี่แมนไหน แต่ที่ชัดคือ ในช่องยอดเขียนว่า 25,000 บาท ยังมีพี่ปออีก 100,000 บาท และผู้การที่เป็นยอดเดียวกับดูแลส่วนตัว คือ 80,000 บาท

ซึ่งตัวเลขทั้งหมด คือตัวเลขตั้งต้น มาสู่ข้อมูลนี้ เขียนกำกับไว้เป็นภาคบังคับเลยว่าต้องจ่าย ห้ามหนี ข้อมูลก็จะตรงจากที่เราไล่เรียงไปเมื่อสักครู่อยู่บางส่วน ยังจำได้ใช่มั้ย เมื่อสักครู่เราบอกว่ามีไซเบอร์ 3-4 -5 แต่อันนี้ไซเบอร์ 3 ระบุเลยว่าต้องจ่าย

ก็ต้องฝาก พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล หรือบิ๊กต่อ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูเลยแล้วกันว่ามันคือเอกสารอะไร

ทีนี้มาดูกันต่อเงินยอดรวมเกือบ 500,000 บาทต่อเดือนที่ถูกจ่ายไปตามเอกสารนี้ เขารวบรวมกันมาจากไหน ก็จะมาจากทุกเว็บฯ ที่มีรายชื่อในเอกสาร หารเฉลี่ยกันจ่ายเป็นใบเบิกทางให้ตัวเองทำผิดกฎหมายกันได้อย่างสะดวกหรือไม่ โดยมีหลายเว็บฯ ตามกราฟิกที่คุณผู้ชมเห็นอยู่หน้าจอเลย

ทีมข่าวของเราเจาะข้อมูลต่อ เข้าไปดูในเว็บฯ เหล่านี้เบื้องต้น พบว่าเข้าได้ 1 เว็บไซต์ และปรากฎภาพที่แสดงให้เห็นเลยว่าเป็นเว็บพนันออนไลน์ คือ มีการให้บริการ การเดิมพัน ให้เลือกหลากหลายมากมาย เช่น บาคาร่า สล็อต กีฬาต่าง ๆ และเกมส์ หรือเรียกได้ว่าเป็นกาสิโนครบวงจร

และเมื่อทีมข่าวช่อง7HD พยายามสมัครเป็นสมาชิกของเว็บพนันดังกล่าว โดยขั้นตอนที่ 1 ทางเว็บฯ ให้ใส่เบอร์โทรศัพท์ผู้ที่จะสมัครสมาชิก แต่เมื่อใส่เบอร์โทรศัพท์ไปแล้ว เพื่อจะเข้าไปในขั้นตอนที่ 2 ทางระบบกลับขึ้นข้อความมาว่า ไม่สำเร็จ

ส่วนอีก 4 เว็บไซต์ที่ปรากฎในเอกสาร ทีมข่าวก็ลองกดเข้าไปดูเหมือนกัน แต่ไม่สามารถเข้าได้ หน้าจอขึ้นเอร์เรอร์เลย ก็ไม่รู้เป็นเพราะไหวตัวทันรีบปิดเว็บฯหนีไปก่อน ค่อยโผล่เว็บฯใหม่ขึ้นมาหรือเปล่า ยังไงเรื่องนี้ ก็ฝากตำรวจที่เกี่ยวข้องขยายผลตรวจเช็คให้หน่อย ว่า มีใครกำลังทำท่าปราบ แต่เรียกเก็บหรือเปล่า ซึ่งก็เชื่อว่าเรื่องแบบนี้ตำรวจดี ๆ ไม่ทำแน่ และท่าน ผบ.ตร.ที่เอาจริงเอาจัง คงตรวจสอบไม่ปล่อยผ่าน

ตำรวจ PCT 4 ชี้แจงข่าวพาดพิงเกี่ยวข้องเว็บฯ พนัน
ทีมข่าวได้สอบถามไปทาง ตำรวจที่มีชื่อคล้ายกับข้อมูลที่มีการเปิดเผยออกมา เจ้าตัวมองว่า เป็นเรื่องปกติที่เวลาทำคดีใหญ่ ๆ ก็มักจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี หรือมีคนปล่อยข่าวโจมตี และพร้อมจะให้ตรวจสอบความโปร่งใสของชุดทำงานทุกคน

ตำรวจคนที่มีชื่อคล้ายกับในเอกสารที่เราสอบถามไป ก็คือ พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ "PCT 4" ซึ่งเป็นชุดที่มีชื่อถูกพาดพิงในเอกสาร เปิดใจพูดถึงกรณีดังกล่าว ว่าที่ผ่านมาก็เคยมีเรื่องทำนองนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างกรณีการจับกุมเครือข่ายมินนี่ ที่หลังมีการขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว ก็ถูกฝ่ายที่ถูกกล่าวหาไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อฟ้องกลับ ไม่นับรวมกับเรื่องที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว กรณีของการเปิดเผยข้อมูลเอกสารดังกล่าวออกมา ก็เชื่อว่าจะเป็นการ "ดิสเครดิต" ในทำนองเดียวกัน ซึ่งก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหา ส่วนตัวและชุดสืบสวนก็คงไม่ได้ไปทำอะไรเป็นพิเศษ และเมื่อมีการกล่าวหามา ก็พร้อมจะตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือให้คณะกรรมการที่เป็นกลาง เข้ามาตรวจสอบดูความโปร่งใสได้ ซึ่งส่วนตัวก็ค่อนข้างเชื่อมั่นใจตัวชุดทำงาน ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บฯ พนัน ตามที่ถูกกล่าวหา และยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ส่งผลกระทบกับการขยายผลดำเนินคดี กับเครือข่ายเว็บฯ พนัน ที่เกี่ยวข้องและยังไม่ถูกจับกุมที่เหลือต่อไป

อีกหน่วยงานที่มีชื่อถูกพาดพิง คือ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. หรือตำรวจไซเบอร์ เราได้สอบถามโดยตรงกับ พลตำรวจโท วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการไซเบอร์ บอกว่าตอนที่เห็นข่าวนี้ ส่วนตัวก็รู้สึกแปลก ๆ ที่ตัวเลขในเอกสารกระโดดไป กระโดดมา จากหลักแสน แล้วลดลงมาเหลือ 2 หมื่น เหลือหมื่นเดียว ถ้าจ่ายสินบนจริงก็น่าจะเฉลี่ยตัวเลขใกล้เคียงกัน แต่อย่างไรก็ตามส่วนตัวก็ไม่ได้กังวลอะไร ได้สั่งการให้ตำรวจชุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลไว้ชี้แจงแล้ว หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สอบถามข้อเท็จจริง หรือตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ส่วนเว็บฯ พนัน ที่ปรากฎมีชื่อออกมา ก็จะนำไปตรวจสอบด้วยว่า ที่ผ่านมาเคยมีการจับกุมมาก่อนหรือไม่ และจะขยายผลจับกุมเว็บฯ เหล่านี้อย่างไรต่อไป