อนุทิน นำทีม ฝ่ายปกครอง บุกจับผับกลางกรุง มั่วสุมยาเสพติดเพียบ

View icon 113
วันที่ 10 ธ.ค. 2566 | 04.19 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน บุกจับผับชื่อดังย่านรามอินทรา หลังไม่มีใบอนุญาตเปิดกิจการ พบนักท่องเที่ยวเสพยาในร้านอื้อ

ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง, นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง นำเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง ร่วมกับ พันตำรวจเอก วิชัย ณรงค์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ตำรวจจาก สน.โชคชัย เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตลาดพร้าว สนธิกำลังการเข้าตรวจร้านสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ย่านรามอินทรา หลังมีเบาะแสว่าผับดังกล่าวเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต เปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และมีการใช้ยาเสพติดในสถานบริการ

ขณะเข้าตรวจค้นพบนักเที่ยวชายหญิงสาวจำนวน 220 คน กำลังเต้นรำดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการหยุดการใช้เครื่องเสียง และประกาศขอตรวจค้นบัตรประชาชนและยาเสพติด โดยกลุ่มนักเที่ยวบางรายพยายามหลบหนีออกด้านนอก แต่กำลังของเจ้าหน้าที่ปิดล้อมไว้ทุกด้าน เมื่อตรวจสอบไม่พบใบอนุญาตประกอบสถานบริการ

จากการตรวจสอบภายในร้าน พบว่า เป็นร้านอาคารชั้นเดียว ภายในเป็นห้องโถงที่มีการจัดวางโต๊ะหรือกินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่บริเวณพื้นร้านมีการทิ้งยาเสพติดบรรจุอยู่ในซองพลาสติกเกลื่อนพื้น พร้อมอุปกรณ์การเสพ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมตรวจบัตรประชาชนนักเที่ยวเป็นรายบุคคล พร้อมตรวจปัสสาวะทุกคน

ภายหลังการตรวจค้นร้านเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง นายอนุทิน เปิดเผยว่า การตรวจค้นในครั้งนี้พบนักท่องเที่ยว 220 คน แบ่งเป็นชาย 100 คน หญิง 120 คน และยังพบอีกว่าสถานประกอบการดังกล่าวใบอนุญาตประกอบการหมดอายุตั้งแต่ปี พ.ศ 2563 แต่ยังคงลักลอบเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดมาจนถึงปัจจุบัน

จากการตรวจค้นภายในร้านยังพบยาเสพติดหลายประเภท เช่น ยาบ้า ยาอี ไอซ์ เคตามีน Happy water เป็นต้น และยังพบอีกว่าภายในร้านได้มีการจัดพื้นที่ให้ผู้ใช้บริการเข้าไปเสพยาเสพติด โดยห้องดังกล่าวจะเป็นห้องแยกอยู่ในห้องน้ำ ส่วนตัวเลขผู้ติดยาเสพติดนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งในภายหลัง เบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ปิดสถานประกอบเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่งของ คสช. ที่ 22/2558 โดยหลังจากนี้จะมอบอำนาจให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดการในเรื่องการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป รวมทั้งจะดำเนินการขยายผลไปหาเจ้าของสถานประกอบการที่แท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง