สนามข่าว 7 สี - เรื่องเงินค่าจ้าง หลังคณะกรรมการไตรภาคี มีมติขึ้นค่าจ้างอีก 2 บาท ถึง 16 บาท ทำให้ค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ที่จะใช้ในปี 2567 อยู่ที่วันละ 330-370 บาท แต่สิ่งนี้ นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ปลื้ม สั่งให้กลับไปทบทวน ซึ่งประเด็นนี้ก็มีท่าทีของฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง เห็นว่าไม่จำเป็นต้องทบทวน
ความเห็นฝ่ายนายจ้าง ไม่ทบทวนค่าจ้างขั้นต่ำ
เริ่มที่ นายอรรถยุทธ ลียะวณิช คณะกรรมการค่าจ้าง ฝ่ายนายจ้าง บอกว่า เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องทบทวน เพราะเป็นมติของ 3 ฝ่าย ออกมาแล้ว ซึ่งก็ขึ้นค่าจ้างแตกต่างกันเป็นรายพื้นที่เศรษฐกิจ มีตั้งแต่ 2 บาท ถึง 16 บาท ซึ่งภาพรวมทั่วประเทศก็ได้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 2.37 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง กันยายน 2566 อยู่ที่ 2.04 เปอร์เซ็นต์
ฝ่ายลูกจ้าง เรียกร้องคุมราคาสินค้า แก้ปัญหาปากท้อง
ส่วน นายวีรสุข แก้วบุญปัน คณะกรรมการค่าจ้าง - ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง บอกว่า ค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ แม้ลูกจ้างจะไม่พอใจ ต่อให้ได้ขึ้นไปถึงวันละ 400 บาท ก็ยังไม่พอกิน-พอใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ที่ตกลงกันขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำได้ในอัตรา 330-370 บาท ถือเป็นจุดสมดุลที่นายจ้างจ่ายไหว ไม่กระทบการประกอบกิจการ
ซึ่งแม้อัตราค่าจ้างใหม่จะได้ขึ้นน้อย แต่ลูกจ้างก็พออยู่ได้ จึงไม่เรียกร้องค่าจ้างที่สูงเกินไป ที่สำคัญหวังรักษาภาวะการจ้างงานให้คงอยู่ แรงงานมีงานทำ มีรายได้ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด และอยากเสนอให้ภาครัฐควบคุมราคาสินค้า เพื่อแก้ปัญหาข้าวของแพง ก็จะเป็นการแก้ปัญหาปากท้องให้เป็นรูปธรรมได้
ด้าน สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) และ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ร่ายมาเป็นข้อ ๆ ใจความสำคัญ คือ เรียกร้องการปรับค่าจ้างขั้นต่ำต้องเป็นธรรม เป็นอัตราเดียวกันทั้งประเทศ แทนการกำหนดค่าจ้างให้แตกต่างกันระดับท้องถิ่นอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้