เช้าข่าว 7 สี - หญิงสาวอายุ 17 ปี เข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ว่าถูก สมรักษ์ คำสิงห์ นักชกเหรียญทองโอลิมปิคล่วงละเมิดทางเพศ
โดยเมื่อวานนี้ หญิงสาวอายุ 17 ปี ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ สภ.เมืองขอนแก่น ให้เอาผิดกับนาวาตรีสมรักษ์ คำสิงห์ นักชกฮีโรเหรียญทองโอลิมปิค ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมให้การว่า เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้ไปเที่ยวกับเพื่อน 4 คน ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น
ต่อมาเห็นผู้ก่อเหตุกับพนักงานรักษาความปลอดภัยของร้าน จึงได้เดินเข้าไปขอถ่ายรูปที่โต๊ะ เมื่อถ่ายเสร็จผู้ก่อเหตุได้ให้อยู่ร่วมโต๊ะ จนสถานบันเทิงเลิก ขณะหาทางกลับห้องพักเพราะเพื่อนไปกับเพื่อนผู้ชายอีกคน ผู้ก่อเหตุพร้อมพนักงานรักษาความปลอดภัยได้เข้าไปอาสาพาไปส่ง โดยขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสามกันไป แต่ว่ากลับพาไปโรงแรมแห่งหนึ่ง และผู้ก่อเหตุได้พาตนขึ้นไปบนห้องพัก และก่อเหตุล่วงละเมิดตนเอง หลังเกิดเหตุได้ให้เพื่อนไปรับตนเองจากโรงแรมและเข้าแจ้งความดังกล่าว
ทีมข่าวจึงลงพื้นที่ บ้านของหญิงสาวคนดังกล่าว ในพื้นที่อำเภอหนองกุง จังหวัดกาฬสินธุ์ พบผู้เป็นตา ซึ่งบอกว่าช่วงเช้าที่ผ่านมามีตำรวจขับรถมาส่งหลานสาว พร้อมแจ้งว่าหลานสาวถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทำให้รู้สึกตกใจมาก เพราะปกติหลานสาวมีความประพฤติดีมาตลอด ยืนยันจะเอาผิดให้ถึงที่สุด
ขณะที่ นาวาตรี สมรักษ์ ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ ยอมรับว่า อยู่ในห้องนอนเดียวกัน และมีการกอดกัน แต่พอถามว่าอายุ และทราบว่าผู้เสียหายอายุ 17 ปี ก็ไม่ได้ทำอะไรต่อ ขอยืนยันด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย และอดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิก
นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า เบื้องต้นได้ปรึกษาทนายแล้ว เพื่อเตรียมต่อสู้ความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีเจตนาจะข่มขืน หรืออะไร เมื่อทราบว่ายังเป็นเยาวชนก็หยุดทุกอย่าง พร้อมตอบคำถาม กลับไปยังฝ่ายหญิงด้วยว่า หลังจากรู้ว่ายังเป็นเยาวชน ได้พูดไปแล้วว่าต่างคนต่างนอน แล้วพรุ่งนี้เช้าจะไปส่ง ซึ่งฝ่ายหญิงก็ตกลง และบอกว่าขอโทรหาเพื่อน แต่หลังจากนั้นกลับมีการถ่ายภาพตนเองที่นอนอยู่ ไปร้องยังหน่วยงานต่าง ๆ เหมือนกับมีความชำนาญ หรือเตรียมการไว้แล้วหรือไม่
ขณะที่เมื่อคืนทีมข่าวลงพื้นที่ บริเวณสถานบันเทิงที่เกิดเหตุพบว่ามีการตรวจบัตร ห้ามผู้อายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการ
ขณะที่ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ บอกว่ากรณีนี้หากเยาวชนอายุ 17 ปี ยินยอม ก็ถือว่าผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 283 ฐานพาผู้อื่นไปเพื่ออนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ