เปิดยอดหนี้ ยายสมัย แลกด้วยชีวิตใช้หนี้ ก็ไม่หมด

View icon 154
วันที่ 12 ธ.ค. 2566 | 04.13 น.
เช้าข่าว 7 สี
แชร์
เช้าข่าว 7 สี - เรื่องของยายสมัย อายุ 63 ปี ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ กู้เงินแล้วถูกทวงหนี้ทุกวัน ต้องจ่ายวันละ 3,000-4,000 บาท แม้ว่าสามีของยายจะผูกคอตาย เพื่อให้ได้เงินณาปนกิจมาใช้หนี้ก็ไม่เพียงพอ พรุ่งนี้น่าจะมีทางออกให้กับยาย หลังจากไปร้องเพจสายไหมต้องรอดช่วย

ยายสมัย เดินทางจากจังหวัดอุตรดิตถ์ เขาความช่วยเหลือจาก นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด

โดยเล่าว่า ยายและสามี มีอาชีพขายหอมแดงและกระเทียม เลี้ยงตนเองและหลานอีกสองคน คนแรกอยู่ ม.5 อีกคน 5 ขวบ แต่หลังจากเจอวิกฤตโควิด19 ทำให้ขายไม่ดี ต้องกู้เงินมาใช้จ่ายลงทุนทั้งในและนอกระบบ แต่ขายไม่ดีต้องกู้เพิ่มกลายเป็นงูกินหาง หาเงินมาจ่ายดอกลอยเจ้าหนี้ที่มีอยู่ประมาณ 7 เจ้า ไม่ทัน แต่ละวันต้องจ่ายดอกลอยประมาณ 3,000 บาท จนวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา "นายสุดหล่อ" หนึ่งในเจ้าหนี้ที่มักโทรมาทวงเงินและด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ได้ติดต่อมาทวงเงิน โดยโทรไปที่เบอร์ของตา โดยด่าตาอย่างรุนแรง โดยตามีเงินจ่ายติดตัว 103 บาท จึงต่อรองจ่าย 70 บาท แต่ "นายสุดหล่อ" ไม่ยอม สุดท้ายตาต้องโอนเงินไป 100 บาท ทั้งที่ยังไม่ได้กินข้าว

วันนั้นกลับมาตาปรึกษายายทั้งตัวมีเงิน 3 บาท เพราะหากหาเงินไม่ได้ต้องมีใครสักคนตายเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ จากนั้นตาได้หลอกให้ยายไปตามหลานเขยมาที่บ้าน แต่เมื่อกลับมาก็พบว่าตาผูกคอตายแล้ว 

หลังตาเสียชีวิตได้เงินฌาปนกิจมา ประมาณ 160,000 บาท ทาง ธกส. ที่ตากับยายมีหนี้อยู่ 400,000 บาท ได้หักไป 100,000 บาท เหลือ 60,000 บาท จัดงานศพยอด 80,000 บาท เงินไม่พอชาวบ้านจึงช่วยกันทำบุญได้ประมาณ 40,000 บาท โดยแบ่งจ่ายเจ้าหนี้ที่ทวงในงานศพตา 20,000 บาท ทำให้ยายไม่เหลือเงินแล้วสักบาท

ต่อมาหลังจากตาตาย เจ้าหนี้ก็ยังโทรมาทวงเงินจึงมีความคิดที่จะตายตามตาไป เพราะเจ้าหนี้พูดว่า ถ้ายายตายหนี้ก็จบ แต่ที่ไม่ทำเพราะเป็นห่วงหลานสาว 2 คน เพราะตั้งแต่เป็นหนี้มาหลานสองคนไม่มีเงินไปโรงเรียน อดมื้อกินมื้อ บางวันขอข้าวจากครู เพื่อกลับมากินที่บ้าน

ในระหว่างที่แถลงข่าว ก็มีเจ้าหนี้ตัวจี๊ด ๆ โทรเข้ามาทวงหนี้หลายคน แต่วางสายไปเสียก่อน คุณยายจึงโทรไปเจรจากับเจ้าหนี้ตัวจี๊ดคนหนึ่ง ที่ใช้ชื่อว่า นายไผ่ แม้ว่าการสนทนาอาจจะไม่รุนแรงเหมือนที่คุณยายเล่า แต่ก็ทำให้เห็นว่า คุณยายรู้สึกกดดันขนาดไหน เมื่อมีเจ้าหนี้แต่ละรายโทรมาทวงหนี้  หรือ ด่าทอ

ส่วนยอดหนี้ตามความทรงจำของยายสมัย แบ่งเป็น หนี้ในระบบ กู้จาก ธกส. 400,000 บาท กู้มาทำบ้าน, รถกระบะ 160,000 บาท เข้าไฟแนนซ์ ส่วนหนี้นอกระบบ มี 7 เจ้าหนี้ ปิดไปแล้ว 2 เจ้า เหลืออีก 5 เจ้า ใน 5 เจ้านี้ มีตัวจี๊ดที่โทรมาทวงอย่างรุนแรง 3 เจ้า คือ 

"นายสุดหล่อ" กู้เงินมา 20,000 บาท ส่งดอกวันละ 400 บาท ส่งไปแล้ว 96 วัน เจ้านี้โทรมาทวงทุกวัน ด่ากดดันทุกวันให้ใช้หนี้ และไล่ให้ไปตาย, "นายไผ่" กู้เงินมา 15,000 บาท ส่งดอกวัน 750 บาททุกวัน ส่งมาเป็นปีแล้ว แต่ยายก็จ่ายไม่ครบตามกำหนด จ่ายวันละ 300-600 บาท

เจ้าที่ 3 เป็นการกู้ซื้อ "ทอง" ยายเรียกคนที่โทรมาเร่งรัดหนี้ชื่อว่า "นายทอง" กู้ไป 2 สลึง ส่งดอกเบี้ยวันละ 240 บาท, สุดท้าย กู้ 20,000 บาท, เจ้าที่ 5 กู้ 30,000 บาท สองเจ้านี้ไม่เร่งรัดมากนัก มีโทรมาทวงบ้าง ส่วนเจ้าที่ 6 กับเจ้าที่ 7 ยายสมัย ใช้เงินณาปนกิจของสามีปิดไปแล้ว

นายเอกภพ บอกว่า ยายได้ลงทะเบียนแก้หนี้แล้วเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมา นายเอกภพ ฝากไปเจ้าหนี้คนไหนที่ข่มขู่คุกคามจะดำเนินคดีให้หมด รายไหนที่ได้เงินต้นไปจนครบแล้วต้องหยุด วันนี้จะพายายไปพบกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งรับปากว่าจะจัดการให้