เช้าข่าว 7 สี - ตำรวจออกหมายเรียกเพื่อนสนิทของสมรักษ์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา หลังพบพฤติการณ์มีส่วนร่วมพาเด็กสาวอายุ 17 ปี ออกจากผับไปส่งโรงแรม ขณะรองผู้ว่าราชการ วอนอย่าดรามาเกี่ยวกับคำขวัญจังหวัดขอนแก่น ที่มีคำว่า เหรียฐทองมวยโอลิมปิก เพราะรางวัลเป็นเรื่องระดับชาติ แต่คดีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวควรแยกแยะออกจากกัน
หลังจากตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น แจ้งข้อกล่าวหาหนัก 4 ข้อหากับ สมรักษ์ คำสิงห์ หลังถูกเด็กสาว 17 ปี แจ้งความว่าถูกละเมิดทางเพศ และ สมรักษ์ ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย กระทั่งเมื่อวานนี้ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้ออกหมายเรียกชายอายุ 47 ปี เพื่อนสนิทของสมรักษ์ ทั้งหมด 2 ข้อหา หลังพบพฤติการณ์มีส่วนร่วมขับขี่รถจักรยานยนต์พา สมรักษ์ และเด็กสาวไปส่งโรงแรมที่เกิดเหตุ โดยเพื่อนสนิทของ สมรักษ์ ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากผู้ปกครอง และร่วมกันพาบุคคลอายุต่ำกว่า 15 แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร
ยังพบข้อมูลอีกว่าเพื่อนสนิทของ สมรักษ์ เคยถูกตำรวจ สภ.บ้านเป็ด ดำเนินคดีข้อหาตามมาตรา 9 ผู้ใดเป็นจัดหา ล่อไป หรือ ชักพาไปซึ่งบุคคลใดให้เพื่อบุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี โดยตำรวจ สภ.บ้านเป็ด ได้ส่งฟ้องศาลจังหวัดขอนแก่น ในข้อหาดังกล่าวแล้ว เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
หลังมีกระแสข่าวฉาวเกิดขึ้นกับ สมรักษ์ ซึ่งเป็นอดีตนักมวยสากลคว้าเหรียญทองมวลโอลิมปิก จนถูกกล่าวขานในคำขวัญประจำจังหวัดขอนแก่นว่า "พระธาตุขามแก่น เสียงแคนดอกคูน ศูนย์รวมผ้าไหม ร่วมใจผูกเสี่ยว เที่ยวขอนแก่นนครใหญ่ ไดโนเสาร์สิรินธรเน่ สุดเท่เหรียญทองมวยโอลิมปิก"
ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ออกมาวอนให้สังคมโซเชียลหยุดพาดพิงถึงคำขวัญ เพราะประเด็นที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว แต่รางวัลเหรียญทองโอลิมปิก เป็นเรื่องระดับชาติ ควรแยกแยะออกจากกัน และควรให้ความเป็นธรรมกับ สมรักษ์ ได้พิสูจน์ความจริง เพราะขณะนี้ยังเป็นเพียงผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ยังไม่ถูกตัดสินคดีจากทางชั้นศาล
ส่วนประเด็นที่ปรากฎว่า เด็กสาวอายุ 17 ปี แอบอ้างบัตรประชาชนปลอมเข้าใช้บริการสถานบันเทิงจนมีการแจ้งข้อกล่าวหากับสถานบันเทิงไปแล้วนั้น ทางปลัดอำเภอ และเจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ อำเภอเมืองขอนแก่น ได้ตรวจสอบไม่พบบุคคลปลอมแปลงบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนที่พบในมือถือเด็กสาว 17 ปี คือ การถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชน ลงโทรศัพท์มือถือ แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเลข หรือ ข้อมูลบางอย่างเท่านั้น แต่ไม่สามารถทำธุรกรรมใด ๆ ได้เลย เพราะบัตรประจำตัวประชาชนจะชิพข้อมูลเจ้าของบัตร
โดยอำเภอเมืองขอนแก่น ยืนยันว่าบัตรประจำตัวประชาชนปลอมไม่มีในพื้นที่ และไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามโทษของคนที่ปลอมแปลงบัตรประจำตัวประชาชน ตามพระราชบัญญัติ มาตรา 14 (3) ผู้ใดปลอมแปลงบัตรประจำตัวประชาชน มีโทษจำคุกตั้ง 1-10 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท