ใช้รถหลวงโดยมิชอบ ป.ป.ช.ชี้มูลข้าราชการ 3 คนรวด

ใช้รถหลวงโดยมิชอบ ป.ป.ช.ชี้มูลข้าราชการ 3 คนรวด

View icon 1.3K
วันที่ 22 ธ.ค. 2566 | 11.24 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ป.ป.ช.ชี้มูล 3 คนรวด ผอ.เทคนิคแม่วงก์ฯ - รองปลัดเทศบาลฯ - นายก อบต.บ้านหม้อ ใช้รถหลวงโดยมิชอบ พาเที่ยว ปาร์ตี้ หาหมอ

ใช้รถหลวงโดยมิชอบ วันนี้ (22 ธันวาคม 2566) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จำนวน 3 เรื่อง ดังนี้ 

เรื่องที่ 1 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นเพื่อดำเนินการไต่สวนกรณีกล่าวหา นายยุทธพิชัย กล้าหาญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ใช้รถยนต์ส่วนกลางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองคาย ภายหลังจากเดินทางไปราชการในโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) กิจกรรมซ่อม สร้าง ล้างใหม่ เพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 7 - 14 ตุลาคม 2562 โดยข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายยุทธพิชัย มีคำสั่งมอบหมายให้ข้าราชการครูและบุคลากร เดินทางไปร่วมโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) กิจกรรมซ่อม สร้าง ล้างใหม่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม จ.อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 7 - 14 ตุลาคม 2562 โดยอนุญาตให้ใช้รถยนต์ส่วนกลางของวิทยาลัยเทคนิคแม่วงก์ หมายเลขทะเบียน ฮบ 7075 กรุงเทพมหานคร เป็นพาหนะในการเดินทางไปราชการ แต่ในวันที่ 13 ตุลาคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่จะเดินทางกลับ นายยุทธพิชัย สั่งการให้พนักงานขับรถยนต์พาตนและคณะเดินทางไปไหว้พระที่คำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี และเดินทางต่อไปจนถึงพื้นที่ ต.จุมพล อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ซึ่งเป็นเขตชายแดนไทย - ลาว ก่อนจะกลับมาพักค้างคืนที่ จ.อุดรธานี และเดินทางกลับ จ.นครสวรรค์ จึงเป็นการใช้รถยนต์ส่วนกลางของวิทยาลัยเทคนิคแม่วงก์ไปท่องเที่ยวเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองและพวกโดยทุจริต และเป็นการเดินทางโดยไม่ใช่เส้นทางตรงหรือเส้นทางที่มีความจำเป็นเพื่อกลับ จ.นครสวรรค์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเงินงบประมาณที่ใช้เติมน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ราชการตามระยะทางที่ขับรถออกไปนอกเส้นทาง คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติว่า การกระทำของนายยุทธพิชัย  มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 และตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ให้ส่งรายงาน เอกสาร และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญา และส่งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว และให้แจ้งผู้บังคับบัญชาดำเนินการให้ชดใช้ค่าเสียหายด้วย

เรื่องที่ 2 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นเพื่อดำเนินการไต่สวน กรณีกล่าวหา นายอิทธิพล สุนทรสีมะ รองปลัดเทศบาลนครเชียงราย จ.เชียงราย นำรถยนต์ส่วนกลางของเทศบาลนครเชียงรายไปใช้ส่วนตัวนอกเวลาราชการ และเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนเป็นเหตุให้รถยนต์ส่วนกลาง ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย โดยข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 เวลาประมาณ 21.00 น. นายอิทธิพล รองปลัดเทศบาลนครเชียงราย ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ควบคุมดูแลและถือกุญแจสำรองรถยนต์ส่วนกลางของเทศบาลนครเชียงราย หมายเลขทะเบียน กฉ 930 เชียงราย ได้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนดังกล่าวจากสถานที่จอดรถบริเวณบ้านพักข้าราชการเทศบาลนครเชียงราย เดินทางไปสถานบันเทิงซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์และมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ได้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนดังกล่าวไปเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์บริเวณหน้าสถานบันเทิง เป็นเหตุให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย และยังปกปิดความผิด โดยไม่ได้รายงานให้เทศบาลนครเชียงรายทราบ ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติว่า การกระทำของนายอิทธิพล  มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 และตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ให้ส่งรายงาน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญา และส่งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยและให้มีการชดใช้ค่าเสียหายด้วย

เรื่องที่ 3 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นเพื่อดำเนินการไต่สวน กรณีกล่าวหา นายทวีป ผูกโพธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อ อำเภอพรหมบุรี จ.สิงห์บุรี นำรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน กค 6997 สิงห์บุรี ซึ่งเป็นรถยนต์ของทางราชการไปใช้ส่วนตัวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 เวลาประมาณ 06.15 น. นายทวีป สั่งการให้นายสุรพจน์ วัฒกี พนักงานจ้างตามภารกิจขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อ ขับรถยนต์กระบะโตโยต้าสีดำ หมายเลขทะเบียน กค 6997 สิงห์บุรี ซึ่งเป็นรถยนต์ส่วนกลางขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อ พาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย และเดินทางกลับมาถึงองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อ ในวันเดียวกันเวลาประมาณ 15.30 น. โดยไม่ได้ขออนุญาตจากผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติการเดินทาง อีกทั้งยังสั่งการให้นายสุรพจน์ วัฒกี นำรถยนต์คันดังกล่าวไปเติมน้ำมันหลังจากเดินทางกลับจากโรงพยาบาลตำรวจ ในวันที่ 22 กันยายน 2564 จากนั้นได้อนุมัติเบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงจากเงินงบประมาณของทางราชการให้กับรถยนต์คันดังกล่าว ทั้งที่ทราบดีว่าในวันที่ 20 กันยายน 2564 รถยนต์คันดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง มิใช่เพื่อประโยชน์ของทางราชการ ไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้แต่อย่างใด ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติว่า การกระทำของนายทวีป มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157 ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดฐานฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลฯ ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญา และส่งสำนวนการไต่สวนและเอกสารหลักฐานพร้อมความเห็นไปยังผู้มีอํานาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดําเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ตามฐานความผิดดังกล่าว ทั้งนี้ให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ และแจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อดำเนินการทางละเมิดเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายด้วย