ห้องข่าวภาคเที่ยง - เพิ่งจะเปิดวิ่งบริการได้เพียง 5 เดือน ก็เกิดเหตุล้อหลุดแบบนี้ เรามาย้อนดูสเปกรถไฟฟ้าสายสีเหลือง กัน หน่อย ตัวรถไฟฟ้าอินโนเวีย
โมโนเรล 300 เป็นซีรีส์ของระบบโมโนเรลแบบอัตโนมัติไร้คนขับ ผลิตโดยบอมบาร์ดิเอร์ (Bombardier) มีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวทันสมัย ภายในห้องโดยสารกระจกกว้าง สามารถชมทัศนียภาพภาพนอกได้อย่างชัดเจน ขบวนรถไฟ เป็นชุดรถไฟแบบ 4 ตู้,ตัวรถกว้าง 3.16 เมตร,น้ำหนัก 14,500 – 15,000 กิโลกรัมต่อตู้, ทำความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงระบบจ่ายไฟฟ้า 750 โวลต์, ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์แม่เหล็กแบบถาวร เรียกได้ว่า รถไฟฟ้ามหานครสายสีเหลือง และสายสีชมพู ใช้ระบบโมโนเร็ว ที่เป็นล้อยาง มี 4 ตู้ แต่ละตู้โดยสารประกอบด้วยชุดโบกี้ จำนวน 2 ชุด แต่ละชุดโบกี้ มีล้อรับน้ำหนัก 2 ล้อ เพลาเดี่ยว ล้อประคอง 6 ล้อ ทำหน้าที่คร่อม และประคองให้ตู้โดยสารเคลื่อนที่ไปตามคานทางวิ่งตลอดสายทาง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบขั้วแม่เหล็กถาวร ต่อเข้ากับชุดเฟืองเกียร์ที่ติดตั้งบนโครงสร้างโบกี้ เพื่อขับเคลื่อนล้อรับน้ำหนักให้วิ่งไปตามคานทางวิ่ง ซึ่งด้วยการออกแบบชุดโบกี้ดังกล่าว ทำให้ INNOVIA Monorail 300 เป็นรถโมโนเรลที่มีความสูงของพื้นรถต่ำ ลักษณะไม่ต่างกับรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่เกิดเหตุรางขับเคลื่อนร่วงหล่นลงมาในพื้นที่ปากเกร็ดก่อนหน้านี้ จะมีล้อยางรับน้ำหนัก ซึ่งจะต่างกับ BTS ที่วิ่งอยู่บนรางเหล็ก
ซึ่งเมื่อวานนี้ นายสุมิตร ศรีสันติธรรม ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ยืนยัน ล้อยางที่ใช้สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เป็นไปตามมาตรฐานโลก และมีการใช้งานกันอยู่หลายประเทศ ส่วนการดูแลตรวจสภาพรถไฟฟ้าได้รับจ้างทางบริษัทคู่สัญญาเข้ามาดูแล ซึ่งมีวงรอบในการตรวจสอบเดือนละครั้ง สาเหตุที่เกิดขึ้นต้องไปดูรายละเอียดอีกครั้งว่าเกิดจากอะไร ซึ่งอาจจะมีปัจจัยอุณหภูมิเข้ามาเกี่ยวข้อง และข้างในล้อใช้ไนโตรเจนเปรียบเสมือนลมล้อรถ โดยปกติสำหรับล้อรถจะมีเซอร์เซอร์วัดระดับความร้อน หากอุณหภูมิสูงจะมีการเตือนไปที่คนขับ และให้หยุดขบวนรถในสถานีต่อไปทันที สาเหตุที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวข้องกับความร้อนหรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง และระหว่างนี้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเมื่อวานก็รุดลงพื้นที่เกิดเหตุทันที เช้านี้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงสาเหตุด่วน คาดว่าไม่นานจะมีความชัดเจน ต้องรอติดตาม อาจจะต้องรื้อระบบตรวจสอบกันใหม่หรือไม่