สนามข่าว 7 สี - ตำรวจเรียกคนขับรถกระบะบรรทุกสารเคมีรั่วไหลเข้ามาในชุมชนสำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ มาสอบสวนดำเนินคดีแล้ว พร้อมเรียกผู้ประกอบการบริษัทหลังให้ขนสารเคมีอันตรายมากับรถบรรทุกที่ไม่มีระบบควบคุมความปลอดภัย จนกระทั่งเกิดเหตุอันตรายขึ้น
เป็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงค่ำวานนี้ (4 ม.ค.) ภายในชุมชนซอยพรสว่าง 7 ตำบลสำโรงเหนือ พื้นที่ตัวเมืองจังหวัดสมุทรปราการ พบกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากถังขนาด 200 ลิตร ที่อยู่ในรถกระบะ เป็นสารอลูมิเนียมฟอสไฟล์ใช้สำหรับกำจัดศัตรูพืชที่บรรทุกมาจำนวน 5 กล่อง ทำปฏิกิริยากับอากาศทำให้เกิดการเผาตัวเอง หากสูดดมเข้าไปจะทำให้คลื่นไส้อาเจียน และวิงเวียนศีรษะ
โดยเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำถังดังกล่าวลงมาจากรถพร้อมฉีดน้ำ ทำให้มีเปลวเพลิงปะทุขึ้นมา จนกระทั่งสุดท้ายนำทรายแห้งมากลบ ท่ามกลางความแตกตื่นของชาวบ้านในซอยที่เกิดเหตุ ซึ่งต่างได้รับผลกระทบสูดดมสารเคมีดังกล่าวเข้าไป จนแสบจมูกและวิงเวียนศีรษะ
สอบถามคนขับรถกระบะ บอกว่า ขับรถบรรทุกสารเคมีมาจากพื้นที่นนทบุรี เพื่อนำไปกำจัดในซอยแบริ่ง 66 ตอนขับรถมาก็ปกติ กระทั่งมีกลุ่มควันออกมาจากถังที่บรรทุกมา ช่วงมาถึงย่านสำโรงเหนือ
ด้าน ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ระบุ รถคันดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตขนย้ายสารเคมีอันตราย มีเพียงใบอนุญาตไว้ครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายเท่านั้น อีกทั้งรถคันดังกล่าวไม่เป็นไปตามแบบที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนด ไม่มีข้อความเตือนว่าเป็นวัตถุอันตรายไว้ด้วย สอบถามได้ความว่า รถที่ใช้ขนสารเคมีโดยเฉพาะเสีย จึงนำรถกระบะคันนี้มาขนส่งแทน เบื้องต้น จะดำเนินคดีกับคนขับรถ รวมถึงสอบสวนเจ้าของรถและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
และระหว่างเกิดเหตุ นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ไปบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตัวเอง และให้ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ตอนนั้นท่านบอกหากยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ให้เร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่โดยด่วน และย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบสาเหตุ หากพบความผิดหรือมีความบกพร่องต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และกำชับไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก ต้องดูแลความปลอดภัยอย่างรัดกุม